กล้วยอบเนยหนองตูม

          หากใครที่ชอบของกรอบคบเคี้ยว กรุ๊บกรับ หวานๆ มันๆ แล้วหล่ะก้อ คงต้องรู้จักกล้วยอบเนยอย่างแน่นอน แหล่งผลิตกล้วยอบเนยแหล่งใหญ่ที่ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันทั้งหมู่บ้านนั้น อยู่ที่บ้านหนองตูม อำเภอกงไกรลาศ (บ้านเกิดของนักร้องลูกทุ่งคนดัง “ชินกร ไกรลาศ” นั่นเอง) จังหวัดสุโขทัย
          กล้วยฉาบ มันฉาบ เผือกฉาบ เป็นขนมคบเคี้ยวกินเล่นของไทยแท้มาเนิ่นนานตั้งแต่ Nakoi จำความได้ แต่กล้วยอบเนยนี่ซิ Nakoiเพิ่งจะได้รู้จักก็เมื่อในราวสิบห้า ยี่สิบปีเห็นจะได้ ครั้งแรกที่ได้ลองก็ติดใจทันที หาซื้อกันได้ง่าย ตามร้านขายขนมทั่วไป และในร้านสะดวกซื้อทุกร้าน….แต่แหม! เขาขายกันถุงเล็กเหลือเกิน กินยังไม่ทันจุใจ ก็หมดถุงซะแล้ว….วันนี้ได้ไปถึงแหล่ง ต้องซื้อสักสิบโล….ฮ่า ฮ่า ฮ่า
กล้วยอบเนย
          Nakoi ไปถึงสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูมจำกัดในตอนเช้าที่อากาศดีมาก ไม่มีแดด ท้องฟ้าเป็นสีเทาเหมือนหน้าหนาว จริงๆแล้ว….เมื่อราว 15 ปีที่ผ่านมา Nakoi ได้มาที่บ้านหนองตูมสองครั้ง เพื่อหาซื้อกล้วยอบเนยของขบเคี้ยวแสนอร่อยไปทานที่กรุงเทพ ตอนนั้นหมู่บ้านทำกล้วยอบเนยยังไม่ได้เป็นสหกรณ์เช่นทุกวันนี้ ทุกครัวต่างทำกล้วย มัน และเผือกอบเนย อยู่บ้านใครบ้านมัน ใครจะซื้อก็ไปยังแต่ละบ้าน ถนนหนทางและอาคารบ้านเรือนในหมู่บ้านก็ไม่เป็นเหมือนที่เห็นในวันนี้ อาจารย์จิรวัฒน์เล่าให้ฟังว่า เนื่องจากหมู่บ้านนี้อยู่ใกล้กับแห่งขุดเจาะน้ำมันหลุมหนองตูมเอ ทรัพยากรอันมีมูลค่ามหาศาลของไทย การขุดเจาะน้ำมันดิบที่มีก๊าซธรรมชาติติดมาและต้องทิ้งไปทุกครั้ง ทำให้ทางการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เห็นว่าน่าจะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกล้วยอบเนยของชาวหมู่บ้านหนองตูม อันจะช่วยลดต้นทุนการผลิตของชาวบ้านได้ ดีกว่าที่ต้องทิ้งก๊าซไปเช่นแต่เดิม จึงได้สร้างโรงงานขนาดใหญ่ให้ชาวบ้านมาอยู่รวมกันเพื่อผลิตกล้วยแปรรูปนี้ในรูปของสหกรณ์ เครื่องจักรในการทอดกล้วยได้ถูกนำมาใช้แทนการทอดด้วยมือคนเช่นเดิม….อะไรที่เปลี่ยนไปนั้น ถือว่าเป็นความสะดวกสบายให้แก่ชาวบ้าน และช่วยสร้างงานสร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มมากขึ้น
สหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด
โรงงานแปรรูปกล้วยอบเนย

อาคารโรงงาน 4 หลัง ในเขตสหกรณ์แปรรูปกล้วยหนองตูม จำกัด

          ในบริเวณพื้นที่ตั้งสหกรณ์มีอาคารโรงงานขนาดใหญ่รวม 4 หลัง แต่ละหลังจะถูกแบ่งซอยออกเป็นห้องๆ ที่มีเจ้าของกิจการแต่ละรายที่ต่างกันไป ซึ่งก็เป็นชาวบ้านนั่นเอง คนงานในแต่ละโรงก็คือชาวบ้านในหมู่บ้านอีกนั่นแหละ ทุกโรงจะผลิตกล้วย มันเทศสีเหลือง มันต่อเผือกสีแดง เผือก ฟักทองอบเนย ที่มีทั้งเค็มและหวาน แบบแผ่น แบบม้วนและแบบฝอยเป็นเส้น และมันฝรั่งเค็มปรุงรส ในราคาที่ใกล้เคียงกัน จะถูกแพงกว่ากันนิดหน่อย รสชาติไม่ต่างกันนัก
โรงงานกล้วยอบเนย

ภายในโรงงานผลิตกล้วยแปรรูป

กล้วยที่สุก 80% หลังจากฝานเป็นแว่น ก่อนนำไปผสมเนยและทอด

เผือกฝอยอบเนย

เผือกฝอยอบเนย หลังทอดเสร็จแล้ว

ส่วนผสมกล้วยอบเนยก่อนทอด

กล้วยที่ผสมเนย เตรียมพร้อมทอด

          ลองถามชาวบ้านที่ทอดกล้วยในโรงงานว่า ชาวบ้านเริ่มทำกล้วยอบเนยกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาก็ตอบว่าไม่รู้ แต่โตมาก็เห็นเขาทำกันแล้ว ชาวบ้านที่เริ่มทำกล้วยทอดก็คงคิดเหมือนแม่บ้านทั่วไปที่ต้องแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร คือ กล้วยที่ปลูก และมีผลผลิตมาก และบางครั้งขายได้ราคาต่ำมาก จึงนำมาแปรรูปเพื่อเป็นการถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้ได้ยาวนานขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ดีกว่าปล่อยทิ้งให้เน่าเสียไป“กล้วยอบเนย” จึงเกิดขึ้นเป็นสินค้าแปรรูปทางการเกษตรที่สร้างรายได้เสริมให้กับกลุ่มแม่บ้านหนองตูม ชาวบ้านบอกว่า กล้วยน้ำว้าที่นี่มีความพิเศษ คือ ไม่มีเมล็ด ไส้ไม่ดำ มีรสหวาน เมื่อนำไปทอดก็ไม่มียาง และมีสีเหลืองสวย รสชาติอร่อย
          แวะชิมซะหลายโรง…กินกี่หน ๆ ก็อร่อยอย่างที่เขาว่าจริงๆ นั่นแหละ…ได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันคนละถุงสองถุง ในราคาต้นทางผู้ผลิตที่ย่อมเยากว่าร้านค้าปลีกในเมืองอย่างแน่นอนคะ
          หมายเหตุ บ้านหนองตูม อยู่บนเส้นทางสาย 1293 ทางตอนใต้ของตัวอำเภอกงไกรลาศห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร หาได้ง่าย ถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง หรือในจังหวัดสุโขทัยก็เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี

“ข้าวเหนียวสังขยาชาวนา”

หลังจากที่พยายามค้นหาอยู่สักพัก ก็ยังไม่ได้เรื่องราวอะไรเพิ่มเติม สำหรับขนมหวานชาวเมืองเก่าสุโขทัย รายการใหม่สำหรับน้าก้อย รายการนี้ “ข้าวเหนียวสังขยาชาวนา”

ปกติก็ชอบทานข้าวเหนียวสังขยาอยู่แล้ว แต่มาเจออันนี้มันแปลกออกไปนะคะ เป็นรายการขนมหวานอีกหนึ่งรายการในงาน “รอบรั้วเมืองพระร่วง…..” ที่ชาวเมืองเก่าสุโขทัย มีความยินดี และภูมิใจนำเสนอค่ะ…….ได้ชิมเรียบร้อยแล้วค่ะ ชอบค่ะ…..ชอบ แต่…ทำมั้ย…..ถึงไม่มีโอกาสได้สอบถามรายละเอียดกับคนทำเลย คิดไว้ว่าโอกาสหน้าถ้าได้กลับอีกครั้ง จะต้องสอบถามให้หายข้องใจซะหน่อย

หน้าสังขยาชาวนา อันประกอบไปด้วยตัวสังขยา หอมเจียว และมะพร้าวขูด

กระทงข้าวเหนียวโรยมะพร้าวขูด และกระทงสังขยาโรยหอมเจียว

ขนมนี้จะแยกออกเป็นสองส่วนค่ะ ส่วนแรกคือข้าวเหนียวมูล ที่มีรสชาติไม่หวานจัดนัก โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด อีกส่วนเป็นหน้าขนมที่เป็นเหมือนไข่คนในน้ำกะทิหวาน ซึ่งก็คงจะมีส่วนผสมของไข่ กะทิ และน้ำตาล นั่นเอง จึงทำให้ตัวขนมมีลักษณะไม่เป็นตัวเหมือนสังขยาทั่วไป และโรยหน้าด้วยหอมเจียวที่เป็นตัวชูรสและดับกลิ่นคาวไข่….(อันนี้น้าก้อยเข้าใจเอาเองนะคะ)……. โดยปกติสังขยาจะนึ่งเป็นก้อนๆ อยู่ตัว แต่สังขยาแบบนี้กลับมีลักษณะไม่อยู่ตัว เหมือนการคนไข่ในน้ำกะทิกับน้ำตาลให้สุก เวลารับประทานผู้ทำนำเสนอแยกให้เป็นสองกระทง คือ กระทงข้าวเหนียวโรยมะพร้าวขูดหนึ่งอัน และกระทงหน้าสังขยาโรยหอมเจียวอีกหนึ่งอัน เวลาทานให้ใช้มือค่ะ….เน้นว่า….ต้องใช้มือปั้นข้าวเหนียว แล้วก็จิ้มกับหน้าสังขยา เขาบอกว่าจะอร่อยมากกว่าการใช้ช้อนตักเข้าปาก อันนี้น้าก้อยไม่ได้ลองใช้มือปั้น ได้แต่ใช้ช้อนตักเข้าปาก….รสชาติของข้าวเหนียวมูล เมื่อเคี้ยวไปพร้อมกับมะพร้าวขูด จะมีความหอมมัน และเหนียวหนึบหนับนิดหน่อยแบบข้าวเหนียว ผสมไปกับกับตัวสังขยาที่มีความหวานมากกว่าข้าวเหนียว ปนกับกลิ่นหอม และความกรุ๊บกรับของหอมเจียว ที่ช่วยเพิ่มความขรุขระของตัวขนมในปาก…….อืมมมม…….ก็ยังอร่อยได้ขนาดนี้ ถ้าทำตามต้นตำรับคงจะได้รสชาติไปอีกแบบอย่างที่ชาวบ้านนำเสนอแน่เลย

อย่างที่บอก…..น้าก้อยไม่เคยรู้จักขนมรายการนี้มาก่อนเลย ขนาดถามคนโบร่ำโบราณอย่างน้าหมาย ก็ยังไม่ได้คำตอบเช่นกัน คงจะต้องลองถามพ่อแก่แม่เฒ่าแถวๆ นี้ดูอีกครั้ง หรือ ถ้ามีโอกาสได้ไปแถวเมืองเก่าอีกหล่ะก้อ…อย่างที่บอกไว้…จะต้องซักถามให้หายข้องใจให้ได้เชียว

“แดกงา” ขนมสัญชาติไทยแท้

เหนียว หนึบ หนับ นุ่มลิ้น….ด้วยรสชาติหอม หวาน มัน เค็ม แบบไม่จัด หน้าตาสีสัน ดูจริงใจ แบบมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นธรรมชาติ ไม่เสแสร้ง ด้วยสีออกเทาๆ แทนๆ…หลายคนบอกว่า ขนมชนิดนี้กลายเป็นของหายากไปซะแล้ว

น้าก้อยได้ยินชื่อของขนมไทย “แดกงา” เมื่อไม่นานมานี้ แต่เพิ่งมาได้รู้จักหน้าตาตัวจริง และได้ชิม….ก็เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ ธันวาคม ที่ผ่านมานี้เอง ในงานประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชนเมืองเก่า รอบอุทยาทประวัติศาสตร์สุโขทัย ชื่องาน “รอบรั้วเมืองพระร่วง” สานสายใยแห่งวัฒนธรรมชุมชน สืบค้นประวัติศาสตร์เมืองมรดกโลก ชื่องานออกจะยาวไปสักหน่อย ทำให้จำยาก แต่ก็ไม่ว่ากัน เพราะบรรยากาศภายในงานน่าประทับใจซะเหลือเกิน

ที่ว่าไปเจอขนมไทย “แดกงา” ในงานนี้ ก็เพราะว่า เขาจัดให้มีการออกร้านงานหัตถกรรม และสินค้าของชุมชน อันรวมทั้งอาหารไทยพื้นเมืองทั้งคาวและหวานของชาวสุโขทัย ในเขตชุมชนรอบเมืองเก่าด้วย แขกรับเชิญผู้เข้ามาร่วมงานทุกท่าน รวมทั้งน้าก้อยก็ได้ชิมอาหารไทยพื้นถิ่นกันอย่างเต็มอิ่ม จุใจ

ขนมสัญชาติไทยแท้ รายการนี้มีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว งาดำ น้ำตาล มะพร้าว ถั่วลิสง และ เกลือ ตามความเข้าใจของน้าก้อยแล้ว ขนมใดๆก็ตามที่มีส่วนผสมดังกล่าว ต้องจัดว่าเป็นขนมไทยแท้ทั้งสิ้น สำหรับชาวเมืองเก่าสุโขทัยนั้น นิยมทำขนมชนิดนี้ในพิธีทำขวัญข้าว หรือบางก็ว่าทำในประเพณีการทำขวัญผึ้ง ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านเก่าแก่ของหมู่บ้านโซกกระบาท ต.คีรีมาศ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ตามประวัติเล่าว่าในอดีตเมืองศรีคีรีมาศต้องส่งส่วยน้ำผึ้งทดแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน จนถึงสมัย ร. 5 จึงยกเลิกการส่งส่วยน้ำผึ้ง เป็นผลให้เกิดมีประเพณีการทำขวัญผึ้งเพื่อให้ผึ้งมาทำรัง ตามต้นไม้มากๆ ก่อนจะถึงวันทำพิธี ชาวบ้านจะช่วยกันเตรียมข้าวของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร สำหรับรังผึ้งปลอม และการทำขนม “แดกงา” ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ขาดเสียมิได้สำหรับงานประเพณีทำขวัญผึ้งนี้

คุณยายประคำ กล่องซู กำลังปั้นไส้ขนม

ในวันงาน “รอบรั้วเมืองพระร่วง” คุณยายประคำ กล่องซู่ แห่งชุมชนบ้านเหนือ เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ลงมือทำขนมนี้ โดยมีลูกๆ หลานๆ มาช่วยทำ คุณยายเล่าว่ามีอาชีพทำขนมขาย เพื่อเป็นอาชีพเสริม มาเป็นเวลานานหลายปีมากแล้ว จนเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชุมชน คุณยายจะทำขนมออกไปขายในตลาดตอนเช้าบริเวณข้างวัดตระพังทอง หรือบางครั้งก็มีลูกค้ามาซื้อถึงที่บ้าน และยังรับสั่งทำตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย นอกจากขนมแดกงาแล้ว คุณยายยังทำขนมไทยอื่นๆ อีก เช่น ขนมแตงโบราณ ขนมกลัวย เป็นต้น

ไส้ขนมแดกงา

ใครผ่านไปมาแถวชุมชนเมืองเก่า หรือตลาดเช้าข้างวัดตระพังทอง จะแวะไปอุดหนุนคุณยายประคำกันบ้าง ก็ถือว่าจะได้รับอรรถรสในการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งนะคะ