The Cloud Gate of Chicago


หนึ่งปีผ่านไป…จะว่าไวเหมือนโกหกก็ไม่ปาน ลมพัดเย็น ชุ่มฉ่ำ ฝนพร่ำแบบนี้ ทำให้นึกถึงชิคาโก ในเดือนเมษายน ปี 2011


หลังจากที่ได้ตะลอนผ่านเมืองต่างๆ ในเขตกึ่งทะเลทรายอย่างลาสวกัส ซานตาเฟ่ จนเข้าสู่ชิคาโก ได้สัมผัสกับความชุ่มฉ่ำและสายลมเย็นยะเยือก นี่หล่ะมั้ง….ที่เป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดของชิคาโก…สมแล้วกับที่ชาวบ้านเรียกเมืองนี้ว่า “The Windy City” เมืองแห่งสายลมแรง ที่รับเอาทั้งความชุ่มฉ่ำ และเย็นเป็นระลอกจากทะเลสาบมิชิแกนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐอเมริกา บรรยากาศริมทะเลสาบของเมืองผสมกับความหนาแน่นของอาคารสูงระฟ้า ถนนหนทาง ผู้คนและความเจริญในด้านวัตถุ ที่บ่งบอกถึงความเก่าแก่ และอายุอันยืนยาวของเมือง ทำให้พวกเรารู้สึกกระตือรือร้นอย่างจะไปซอกแซกหาอะไรที่แปลกหูแปลกตาชมกัน


เมื่ออิ่มท้องจากติ่มซำมื้อเที่ยงอันแสนเอร็ดอร่อยแล้ว ความกระชุมกระชวยกลับคืนมาอีกครั้ง สวนสาธารณะมิลเลนนัม (Millennium Park) คือ จุดมุ่งหมายต่อไปของพวกเรา ที่นั้น…มีผู้คนเดินกวักไกวไปมากันอย่างไม่เกรงกลัวสายลมแรงและความหนาวเย็นจับจิตจับใจ สวนสาธารณะแห่งนี้ เป็นสวนขนาดใหญ่กลางใจเมือง ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ โดยเฉพาะช่วงเย็นวันอาทิตย์แบบนี้ สวนสาธารณะขนาดมหึมาจึงเป็นจุดนัดหมายและพักผ่อนหย่อนใจหลักของชาวเมืองชิคาโกและนักท่องเที่ยว ภายในสวนมีลานดนตรี กีฬาเอนกประสงค์ และอื่นๆ แต่มีลานเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ชื่อ “เอ ที แอนด์ ที พลาซ่า” (AT&T Plaza) เป็นที่ตั้งของงานประติมากรรมขนาดมหึมาชื่อ “คลาวด์ เกท” (Cloud Gate) ที่มีชื่อเล่นว่า “เมล็ดถั่ว” (The Bean) ตามรูปพรรณสัณฐานของตัวงาน “เมล็ดถั่ว” เป็นผลงานของศิลปินเชื้อสายอินเดีย สัญชาติอังกฤษนาม “อนิช คาพัวร์” (Anish Kapoor) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2004–2006 ด้วยวัสดุสแตนเลส มีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 13 เมตร และสูง 20 เมตร

นอกจากความใหญ่โตของขนาดบวกกับความมันวาวของสแตนเลสที่สร้างความมหัศจรรย์แล้ว ยังมีภาพสะท้อนตึกระฟ้าของนครชิคาโกปรากฏอยู่ด้านบนของงานประติมากรรมเป็นตัวช่วยเพิ่มความตะลึงงันให้กับชาวโลกอีกด้วย ลานนี้จึงเป็นลานที่ดึงดูดผู้คน ลูกเล็กเด็กแดงให้พากันมาปีนป่าย แหงนคอมอง และตั้งท่าถ่ายรูปกันอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งก็รวมถึงพวกเราด้วย หลายคนแอบภูมิใจแบบเงียบๆ กับการมีเชื้อสายเอเชียของศิลปินเจ้าของผลงานดังคนนี้…ปลื้มมมม


ในบริเวณอื่นๆ ของสวนสาธารณะยังมีงานประติมากรรมที่น่าสนใจอีกหลายชิ้นมาก เช่น “น้ำพุคราวน์” (The Crown Fountain) เป็นวิดิโอประติมากรรมประกอบแสงสีเสียง ที่แสดงบนประติมากรรมน้ำพุแท่งแกรนิตสีดำ ซึ่งมีขนาดสูงถึง 15 เมตร ด้วยงบประมาณการสร้างถึง 17 ล้านเหรียญสหรัฐ

Green Life Reused #1….เมี่ยงปลา


Take only what you need….

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๒) Nakoi ออกไปเที่ยวชมธรรมชาติที่ Zion National Park, Utah กับชาวคณะ มีอาจารย์กมลและพี่นวลเป็นหัวหน้าคณะค่ะ  รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเป่าอย่างบอกไม่ถูก ตอนมื้อกลางวันเราแวะทานอาหารที่พักข้างทาง มีต้นแอ๊บเปิ้ลป่าอยู่ห่างไปแค่สิบก้าว พี่นวลเกิดปิ๊งขึ้นมาว่ามื้อเย็นนี้พวกเราจะได้ชิมอาหารสูตรเด็ดจากเธออีกแล้ว….พี่นวลเดินไปเก็บแอ๊บเปิ้ลมาสักสี่ห้าลูก….เอาแค่พอกินค่ะ

แอ๊บเปิ้ลป่าที่ว่า เป็นแอ๊บเปิ้ลเขียวผลจะเล็กขนาดผลมะนาวได้ รสเปรี้ยว เป็นอาหารของสัตว์ป่าที่อาศัยในบริเวณนั้น เช่น กวาง….ขอแบ่งมากินบ้างนะ

เมนูเด็ดจานนี้คือ “เมี่ยงปลา” เป็นมื้อเย็นที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารสุขภาพ หรืออาหารรีไซเคิลก็ไม่ผิดค่ะ

เมี่ยงปลา

เมี่ยงปลา

เครื่องปรุง

  • ปลาทอดแกะเนื้อ ขยี้ให้แหลก (เราใช้ปลาที่เหลือจากปลาทอดน้ำพริกกะปิมื้อเย็นเมื่อวานนี้)
  • ขิงหั่นฝอย
  • ตะไคร้หั่นฝอย (ใส่เยอะๆ หน่อย) ใช้ตะไคร้ปลอดสารพิษที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านคะ
  • หอมแดงซอย
  • พริกขี้หนูสวน (ของแท้นะจ้ะ ปลูกที่หลุยส์เซียน่า เพื่อนน้องมลส่งไปรษณีย์ไปให้ที่ลาสเวกัส เธอเลยแบ่งมาให้ nakoi)
  • ผักชีหั่นฝอย
  • แอ๊บเปิ้ลป่าหั่นฝอย (ใช้แอ๊บเปิ้ลเขียวที่หาได้ทั่วไปแทนก็ได้ค่ะ)
  • น้ำปลา, มะนาว, น้ำตาลทรายแดงนิดหน่อย สำหรับปรุงรส
ตะไคร้ในสวนหลังบ้าน

ตะไคร้ในสวนหลังบ้าน

วิธีทำ (อันแสนจะง่ายดาย)

  • เอาเนื้อปลาที่แกะแล้วไปอุ่นซะหน่อย เพราะเราใช้ของเหลือนี่หน่า
  • แช่แอ๊บเปิ้ลในน้ำมะนาว ใช้น้ำมะนาวไม่ต้องมากนะคะ เพราะแอ๊บเปิ้ลจะเปรี้ยวอยู่แล้ว
  • พอปลาเย็นแล้วใส่ทุกอย่างรวมกันให้หมด แล้วชิมรสตามต้องการ

เสิร์ฟพร้อมผักสดตามชอบ เวลาทานใช้ใบผักห่อปลาแบบพอดีคำ แล้วใส่ปากได้เลยคะ…….เคี้ยวกรุบกรับ โดนทั้งแอ๊บเปิ้ล, ขิง และตะไคร้….อืมมมมมมมมม…. ทานข้าวไม่ต้องมาก ทานผักกับเมี่ยงปลาเยอะๆ เป็นมื้อเย็นที่ไม่ทำลายหุ่นนะคะ แถมตะไคร้ยังดีต่อสุขภาพกระเพาะอาหารเราอีกด้วย

ต่อสู้….เมื่อยามเช้า


อู้ย! น้ำเย็นดีจัง………Nakoi รดเช้าต้นไม้ในสวนยามเช้าเป็นปกติเช่นทุกวัน วันนี้สังเกตเห็นว่า ยอดมะเขือเทศเริ่มด้วน แหว่งไปแล้วสองสามยอด ด้วยฝีมือเจ้าประจำเช่นทุกปี พอรดน้ำเสร็จก็ลองไปส่องดู แล้วก็เห็นจะๆ นึกในใจว่าเดี๋ยวต้องไปตามน้าหมายมาจับไปทิ้ง แถวต้นอื่นดีกว่า พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นแจ้าแมลงบินได้ตัวหนึ่ง บินวนไปมาอยู่รอบๆ เจ้าตัวปัญหานี้เช่นกัน

 

โอ้โห…เฮะ ธรรมชาติคงส่งมันมาจัดการกันเองหล่ะมั้ง ไอ้แมลงนี้คงจะคิดแบบน้าก้อย ถ้าปล่อยไว้ ตูอดน้ำหวานเป็นแน่แท้ เพราะดอกมะเขือเทศคงจะหมดไปแน่ๆ

 

ไปตามน้าหมายก่อนดีก่าเรา

ให้สังเกตในตำแหน่งวงกลมสีแดง

ให้สังเกตในตำแหน่งวงกลมสีแดง