Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘ดนตรี’

ฮาเวิร์ดรับสาวงามหุ่นดีนางหนึ่งขึ้นรถ หลังจากที่เขาขับรถผ่านไปยังย่านเก่าอันทรุดโทรมของเมือง และเห็นเธอยืนโบกรถอยู่ เมื่อหล่อนขึ้นมานั่งบนรถแล้ว ฮาเวิร์ดค่อยๆ เคลื่อนรถออก และเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองกับหล่อน
 
ฮาเวิร์ด: ไม่ทราบว่าคุณทำอะไรครับ คือผมหมายถึงอาชีพหนะครับ
หล่อนหน้ามาส่งยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะตอบว่า “ฉันเป็นนักมายากลค่ะ”
ฮาเวิร์ด: โอ่ะ…ไม่มีทาง ผมดูจากลักษณะท่าทางของคุณแล้ว เป็นไปไม่ได้แน่นอน …………เอายังงี้ดีกว่า คุณต้องพิสูจน์ให้ผมดูหน่อยหล่ะ
 
หล่อนก็ยังส่งยิ้มอันเหย้ายวนมาให้เขาอยู่เช่นเดิม แต่ไม่มีคำตอบใดๆ จากหล่อน นอกจากจะเอื้อมมือของเธอที่มีนิ้วเรียวยาว และเล็บเงาวับ ที่ถูกเคลือบไปด้วยสีแดงสด มาสัมผัสที่หัวเข่าของฮาเวิร์ด แล้วเริ่มต้นบีบเบาๆ และลูบไล้วนไปวนมา…..แค่นั้นแหละที่เธอทำ
 
ฮาเวิร์ดมารู้สึกตัวอีกที……ก็เมื่อขับรถเลี้ยวปร๊าดเข้าไปในโรงแรมม่านรูดใกล้ๆ แถวนั้น พร้อมกับนักมายากลสาวสวย….แค่นั้นแหละที่เธอทำ
 

 
I got a Black Magic Woman.
I got a Black Magic Woman.
Yes, I got a Black Magic Woman,
She’s got me so blind I can’t see;
But she’s a [...]

Read Full Post »

ศุกร์แรก….หรือ “ความสุขมาเป็นอันดับแรก”  (ซึ่งอันนี้เป็นความหมายส่วนตัวคะ ใครนิยมชมชอบจะยืมเป็นใช้บ้างก็ไม่หวงนะ)

 
 
ไอ้วันศุกร์เนี่ยมันก็มีอยู่ทุกสัปดาห์ และทุกเดือนอยู่แล้ว และส่วนมากใครๆ ก็ชอบวันศุกร์กันทั้งนั้น เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ที่ไม่ต้องไปทำงาน แต่ “ศุกร์แรก” หรือ “สุขแรก” (ของดิฉัน) ที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ก็คือ เทศกาลงานศิลปะ ที่ใช้ชื่อว่า “First Friday” ที่ถูกจัดขึ้นเป็นกิจกรรมประจำเมืองลาสเวกัส ในทุกวันศุกร์แรกของทุกเดือน ความคิดในการจัดงานที่ตั้งนิยามของชื่อกิจกรรมซะเก๋ไก๋นี้ ผู้ตั้งชื่อและผู้จัดงานก็คือ องค์กรการกุศลที่ไม่ค้ากำไร ชื่อ “Whirlygig, Inc” โดยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรมของเมืองลาสเวกัส (ฝ่ายบริหารบ้านเมืองนั่นเอง) ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจกรรมทางด้านศิลปะ แก่ผู้คนในท้องถิ่น ขณะนี้งานนี้ได้ขยายวง กลายเป็นจุดสนใจของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆ ไปด้วย
 
 
เทศกาลงานศิลปะที่ว่านี้ จะถูกจัดขึ้นทุกวันศุกร์แรกของเดือน ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นไปจนถึงสี่ทุ่ม ในบริเวณย่าน downtown culture ของเมืองลาสเวกัส ในงานจะประกอบได้ด้วยการแสดงงานศิลปะทุกประเภท ตั้งแต่ ทัศนศิลป์, ดนตรี, การแสดง ไปจนถึง พวกกาพย์ โคลงกลอน และงานหัตถกรรมต่างๆ เป็นต้น อาคารในย่านที่จัดแสดงจะประกอบไปด้วยห้องแสดงงานศิลปะ, เวทีแสดงดนตรี, ลานอ่านกลอน, ร้านขายของเก่า, ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก ร้านเหล่านี้มีทั้งที่เป็นอาคารถาวร และร้านแบบแผงลอย
 
การแสดงงานศิลปะข้างถนน จะมีตั้งแต่วงดนตรีประเภทวณิพก และวงดนตรีวงใหญ่แบบครบวงมีไม่ต่ำกว่า 5 [...]

Read Full Post »

เรื่องเล่าเช้านี้….nakoi ฟังแล้วมันช่างน่ารักจั๊กกะจี้ดีแท้เชียว….เพราะตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์….มัวแต่ยุ่งเป็นลิง แต่ว่านู๋ผึ้งเขาเล่าให้ฟัง….เขานั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย…..
 
หลังอาหารมื้อกลางเย็น (ระหว่างกลางวันกะเย็นนะ) มีลุงหง่า, ลุงตึ๋ง, พี่โต้ง, อาอ่อด, นู่ผึ้ง และอีกสองสามคน นั่งอยู่ มื้อนี้เขาทานข้าวไข่เจียวสามหอมฝีมือน้องหริงกัน แล้วก็ตามด้วยผลไม้ตัวต้นเรื่อง…คือ “สับปะรด” นี่อง ทุกคนก็นั่งคุยกันไปทานสับปะรดกันไป ลุงหง่าก็เล่าเรื่องอะไรต่ออะไรให้ฟังเช่นเคย โดยมีสายตาหลายคู่ของผู้คนร่วมโต๊ะจับจ้องและเพลิดเพลินไปกะลุงหง่า ไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใด…อาอ่อดก็กินสับปะรดไปแคะขี้ฟันไป…..
 
ลุงหง่า: อ่อด….เอาสับปะรดมากินบ้างซิ
อาอ่อด…ไม่พูดอะไร เอาไม้จิ้มฟันจิ้มสับปะรดส่งให้ลุงหง่า โดยที่ไม่มีใครสังเกตหรือว่าอะไร…มีเพียงสายตาหนึ่งคู่ที่บังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าอย่างจัง…..
 
นู๋ผึ้งนั่นเอง…เธอเหลือบไปเห็นพอดีว่า อาอ่อดกำลังแคะขี้ฟันอยู่ตอนที่ลุงหง่าบอกขอสับปะรด แล้วแกก็เอาไม้อันเดียวกันนั้นแหละจิ้มสับปะรดส่งให้ลุงหง่า…จร๊ากกกกก…นู๋ผึ้งนั่งเงียบกริบ…ไม่กล้าพูดไรทั้งสิ้น…
 
อาอ่อดส่งสับปะรดให้ลุงหง่า….
อาอ่อด: เอ้า…อา…
ลุงหง่า: เฮ้ย…ไอ้อ่อด…เอ็งเอาไม้จิ้มที่ฟันที่แคะฟันเอ็งอยู่มาจิ้มสับปะรดให้ข้านี่หว่า….
อาอ่อด: โอ้ย…ใช่ที่ไหนเล่าอา…ผมยังไม่ได้ใช้เลย…
ลุงหง่า: ก็ข้าเห็นอยู่นี่หว่า
พี่โต้ง: แหมครู….ขี้ฟันหลานกินไม่ได้เชียวเหรอ….กร๊ากกกกก….
 
ทุกคนหัวเราะกันกร๊ากกก…ใหญ่….อาอ่อดก็ทำหน้าตาเฉย เหมือนเคย แล้วตอบว่า
 
อาอ่อด: ไม่ใช่อา….ไม้มันมีสองข้าง….ผมใช้อีกข้างหนึ่ง ข้างที่จิ้มผมยังไม่ได้ใช้
แล้วลุงหง่าก็จับสับปะรดเข้าปาก….อืม….
กร๊ากกกก……..ใครว่าคนแก่เบลอ….ตาฝ้าฟาง…คนอ่อนกว่านี่ซิ…..
 

Read Full Post »

Help!
 

 
Help!…by The Beatles
 
Help, I need somebody,
Help, not just anybody,
Help, you know I need someone,
Help!
 
When I was younger, so much younger than today,
I never needed anybody’s help in anyway.
But now these days are gone, I’m not so self assured,
Now I find I’ve changed my mind, I’ve opened up the doors.
 
Help me if [...]

Read Full Post »

(อย่าลืมฟังเพลงประกอบด้วยนะ)
 
มันเป็นนัดครั้งแรกของเขาและหล่อน

 
เขา: ดื่มอะไรดีครับ เบียร์หรือไวน์สักหน่อยมั้ยครับ

 
หล่อน: โอ๊ะ ๆ ไม่ได้คะ ถ้าฉันดื่ม ฉันไม่รู้จะไปบอกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนวันอาทิตย์ของฉันยังไง

 
เขา: อ้อ…ครับ บุหรี่มั้ยครับ

 
หล่อน: โอ้…ไม่คะ ไม่คะ ถ้าฉันสูบบุหรี่ ฉันไม่รู้จะไปบอกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนวันอาทิตย์ของฉันยังไง

 
เขา: ครับ ๆ
 
บทสนทนาต่างๆ ดำเนินต่อไป แบบระมัดระวังทั้งสองฝ่าย
 
จนเมื่อได้เวลากลับ ระหว่างทางที่เขาขับรถพาหล่อนไปส่ง พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นป้ายโรงแรมม่านรูดข้างทางอยู่ลิบๆ จึงคิดในใจว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว จึงได้เอ่ยถามหล่อนขึ้น

 
เขา: คุณอยากจะให้ผมหยุดที่โรงแรมนี่มั้ยครับ

 
หล่อน: โอเค…ค่ะ
 
ด้วยความประหลาดใจในคำตอบที่ได้รับ เขาจึงถามหล่อนกลับไปว่า

 
เขา: แล้วคุณจะบอกกับเพื่อนๆ ที่ชั้นเรียนวันอาทิตย์ของคุณว่ายังไงหล่ะ

 
หล่อน: ไม่ต้องหว่งคะ ฉันก็จะบอกพวกเขาเหมือนที่ฉันเคยบอกนั่นแหละว่า “พวกเธอไม่จำเป็นต้องดื่มหรือว่าสูบบุหรี่ พวกเธอก็สามารถมีเวลาที่ยอดเยี่ยมได้คะ” 
 

 
กร๊าก ๆๆๆๆ

 

หมายเหตุ จาก Laughter, The Best Medicine, Reader’s Digest, ฉบับกุมภาพันธ์ 2005

Read Full Post »

เรื่องที่เก่ากว่า