ด้วยเหตุที่เป็นคนชอบสะสม (สมบัติบ้า) และผู้คนรอบข้างก็เป็นเช่นเดียวกันหลายคน (เพื่อนบางคนนะ เก็บจนไม่มีที่จะเก็บเลยนะ) ก็แหม! มันดันมีของที่น่าสนใจชวนให้เป็นคนบ้านิ ก็เลยต้องเลยตามเลยกันไป นอกจากจะได้สมบัติมาเก็บไว้แล้ว ก็ยังได้ความรู้หลายอย่างจากของเหล่านั้นด้วยซิ
เป็นเรื่องที่มีการเข้าใจผิด จนเกิดการโต้เถียงกันอยู่พอสมควร ถึงความหมายของคำว่า antique, vintage, และ collectible แม้นแต่ในพื้นที่ของเว็บนี้เอง ก็ถึงกับตั้งหน้าต่าง “Collectible…ของสะสม เลยทีเดียว
“Collectible” หรือ ของสะสม ตามความหมายโดยทั่วไปแล้ว หมายถึง สิ่งของที่ถูกออกแบบและผลิตขึ้นมาในขบวนการการผลิตรูปแบบอุตสาหกรรมเพื่อการสะสม เช่น เหรียญที่ระลึก, ธนบัตรที่ระลึก, ตุ๊กตาเซรามิค, ตัวเหล็กติดตู้เย็น เป็นต้น แต่ในบางครั้งก็เรียกสิ่งของอย่างอื่นที่นอกเหนือจากของที่กล่าวมาแล้ว ว่าเป็นของสะสมได้เช่นกัน เช่น สิ่งของที่เป็นของตามธรรมชาติ แต่มีความสวยงามเหมาะแก่การสะสมเช่น การสะสมแมลงต่างๆ ,สะสมต้นไม้ เป็นต้น สิ่งของที่ผลิตตามกระบวนการอุตสาหกรรมแต่เพื่อประโยชน์การใช้สอยอย่างหนึ่ง แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสะสมด้วย เช่น แสตมป์, ธนบัตร, หรือพระเครื่อง เป็นต้น และก็มีสิ่งของบางอย่างที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้สอยทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ก็กลายเป็นของที่เป็นที่นิยมในการเก็บสะสม เนื่องจากมีลักษณะพิเศษ สะดุดตาผู้พบเห็น และได้เลิกทำการผลิตไปแล้ว เช่น ของเล่นประเภทตุ๊กตาต่างๆ, ถ้วยชามยี่ห้อต่างๆ หรือกางเกงยีนส์ เป็นต้น
ที่นี้ลองมาดูว่าสองคำที่เหลือกันบ้างจะหมายถึงอะไรบ้าง
“Vintage” คำนี้เป็นที่นิยมปรากฏอยู่ตามประกาศโฆษณาต่างๆ ความหมายหนึ่งนั้นหมายถึง ขั้นตอนการผลิตไวน์โดยเริ่มตั้งแต่ขึ้นตอนการปลูก, เก็บเกี่ยวองุ่น จนถึงระยะเวลาการหมัก และสำเร็จออกมาเป็นไวน์ ซึ่งแสดงถึงคุณลักษณะอันพิเศษของไวน์นั้นๆ โดยระบุไว้บนขวดว่าเป็น Vintage wine และมีปีที่ผลิต และสถานที่ผลิตกำกับไว้ อันจะสามารถสืบเสาะถึงคุณลักษณะพิเศษของไวน์ขวดนั้นๆ ได้
ในอีกความหมายของคำว่า Vintage นั้น ก็มีความหมายที่เกี่ยวเนื่องกันกับความหมายแรก คือเป็นเรื่องของอายุ, ปี, คุณภาพ, ความเป็นของแท้ดั้งเดิม, ชนิด และของเก่า เมื่อคำนี้ใช้หมายความถึงของเก่านั้น Vintage จะเป็นของเก่าที่มีอายุตั้งแต่ 50-100 ปี เป็นของเก่าที่ยังไม่เป็น Antique นั่นเอง
มาถึง คำว่า “Antique” ที่ใครๆ ก็ได้ยินและรู้จักกันอย่างดีว่าหมายถึงของเก่า แต่จะเก่าขนาดไหนหล่ะ ? แค่เก่าอย่างเดียวหรือเปล่า ? คำตอบ ก็คือ ไม่ใช่แค่มีอายุมากๆ อย่างเดียว แต่ยังต้องมีความเป็นของแท้, มีสภาพดีที่ยังคงแสดงลักษณะของสิ่งของประเภทนั้นไว้, ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ และมีคุณลักษณะพิเศษที่โดยเด่นเฉพาะตัว นั่นก็คือ เป็นของที่ยังคงสามารถบอกเล่าเรื่องราวของสังคมมนุษย์ในยุคสมัยผ่านมาได้
นอกจากนี้สิ่งของประเภทที่ว่ายังต้องแสดงถึงความเป็นงานฝีมือการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่ต้องการออกแบบและผลิตสิ่งของนั้นๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานอะไรบางอย่างด้วย เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือ รถยนต์โบราณ
สำหรับเรื่องของอายุ สิ่งของที่จะเป็น Antique จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี และต้องถูกเก็บสะสมไว้ด้วยเหตุผลของการสะสมที่กล่าวมาข้างต้น คือ เป็นของแท้, สภาพดี, ยังคงสามารถใช้งานได้ และมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว ทั้งนี้ก็มีการยกเว้นในเรื่องของอายุที่ไม่ถึงร้อยปี แต่ก็ถูกจัดให้อยู่ในประเภทนี้ได้ เช่น รถยนต์ เพราะว่า จะมีรถยนต์สักกี่คันที่มีอายุเกินร้อยปี อย่างนี้จึงทำให้รถยนต์ที่มีอายุต่ำกว่าร้อย แต่มีลักษณะอื่นที่เข้าพวกสามารถจัดให้เป็น Antique ได้ และบางครั้งก็เรียกรถพวกนี้ว่า “รถยนต์คลาสสิค” (Classic car)
ถ้าลองสังเกตดูจะพบว่าของอะไรก็ตาม ที่ผู้คนบ้านเรานิยม “เล่น” กันเป็นอันมาก เช่น เล่นพระ, เล่นบอนสี, เล่นว่าน, เล่นกล้วยไม้ หรือเล่นแสตมป์ เป็นต้น จนมีเหตุทำให้ราคาของประเภทนั้น เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น ก็ให้หมายความว่าของประเภทนั้นได้กลายเป็นของสะสมไปแล้วทั้งสิ้น
จากความหมายของทั้งสามคำนี้ ทำให้ดิฉันสามารถแยกสิ่งของที่เป็น Antique, Vintage, และ Collectible ได้ ซึ่งทั้งสามประเภทนี้ก็มีผลทำให้สิ่งของประเภทต่างๆ นั้น มีราคาที่แตกต่างกันไป มิใช่เพียงแค่เรื่องของความนิยมเพียงอย่างเดียวที่จะเป็นตัวกำหนดราคาสิ่งของเหล่านี้ สำหรับดิฉันคงความสามารถที่จะสะสมได้เฉพาะของที่เรียกว่า “Collectible” เท่านั้น เนื่องจากสถานภาพทางด้านเศรษฐกิจอำนวยให้เพียงเท่านี้จ้า…
This page has the following sub pages.






ขอบคุณครับ ที่ให้สาระน่ารู้
ด้วยความยินดีอย่างยิ่งคะ
พอย้ายบ้านก็หายหมดเลยเสียดายๆ บ้านนี้ก็เล็กเกินกว่าจะเก็บอะไรซะด้วย นอกจาความทรงจำเก่าๆ ดีครับพี่ก้อยอ่านแล้วได้อะไรดีครับ
น่าเสียดายของที่หายไปนะ ยังดีที่ยังมีความทรงจำเก่าๆ ที่ดีเหลืออยู่ ถ้าไม่เป็นอัลไซเม่อร์ซะก่อน คงจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว