The 4th International exchanged show-Thailand & USA


สำหรับผู้ชื่นชอบในศิลปะเป็นพิเศษ และผู้สนใจทั่วไปนะคะ nakoi มีข่าวมาฝากเผื่อใครตั้งใจไปชม, พลัดหลงไปแถวนั้น หรือได้ผ่านไปแถว LA Artcore ในเมืองลอสแองเจลลิสก็แวะชมกันได้ค่ะ

———————————————————————-

 

ศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำของไทยยกทีมแสดงผลงานศิลปกรรมแลกเปลี่ยนนานาชาติ ครั้งที่ 4

 

 

เหล่าคณะศิลปินแห่งชาติ และศิลปินชั้นนำของไทยจำนวน 9 คน นำทีมโดยศิลปินแห่งชาติดร.กมล ทัศนาญชลี ประธาน สภาศิลปกรรมไทย-อเมริกัน ร่วมกับ LA Artcore จะจัดให้มีนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรมร่วมสมัย ทั้งประเภทจิตรกรรม, ประติมากรรม, ภาพพิมพ์, และสื่อผสม ของทั้งศิลปินไทย และนานาชาติกว่า 60 ชิ้น ในโครงการศิลปะนานาชาติไทย-อเมริกัน ครั้งที่ 4 ณ ห้องแสดงนิทรรศการ LA Artcore Union Center, Los Angeles และ LA Artcore Brewery Annex, Los Angeles ในวันที่ 28 มีนาคม ถึง 11 เมษายน 2553 โดยมีคณะศิลปินนานาชาติชั้นนำในสหรัฐอเมริกาจำนวน 9 คน นำผลงานเข้าร่วมแสดง ได้แก่ Edem Elesh, John E. Kneifl, Koojan Kim, Lea  Anderson, Mark Steven, Green Field, Marla Flelds, Saul Alvarez, และ William D. Sarno

ศิลปินทั้งหมดนี้ได้เดินทางไปร่วมแสดงผลงานกับคณะศิลปินแห่งชาติ และศิลปินชั้นนำของไทย ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, หอศิลป์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และในขณะเดียวกันคณะศิลปินแห่งชาติ และศิลปินชั้นนำของไทยจำนวนหนึ่ง ก็จะเดินทางพร้อมผลงานศิลปะจำนวนหนึ่งเพื่อเข้าร่วมจัดแสดงกับคณะศิลปินอเมริกันชุดดังกล่าวที่สหรัฐอเมริกาด้วย โดยคณะศิลปินแห่งชาติที่จะเดินทางมาร่วมจัดแสดงผลงานในครั้งนี้คือ ถวัลย์ ดัชนี, กมล ทัศนาญชลี, เดชา วราชุน, นนทิวรรธน์ จันทะนะผลิน, และอิทธิพล ตั้งโฉลก และคณะศิลปินรับเชิญและศิลปินชั้นนำ ได้แก่ สมหมาย มาอ่อน, พงษ์เดช ไชยครุฑ, พีรพงษ์ ดวงแก้ว, และรสลิน การ์ด

อนี่ง โครงการศิลปะนานาชาติไทย-อเมริกัน ครั้งที่ 4 มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนผลงานศิลปกรรมร่วมสมัย, ความรู้ และพบปะกันระหว่างศิลปินจากสองซีกโลก เป็นโครงการที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆสอง ปี ประชาชนผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าชมนิทรรศการ และร่วมพิธีเปิดงาน และพบปะสนทนากับศิลปินได้ในวันที่ 4 เมษายน 2553 ตามสถานที่ และเวลาดังต่อไปนี้

  1. LA Artcore Brewery Annex, Los Angeles 
    • เลขที่ 650 A South Avenue 21
      Los Angeles, CA 90031 เวลา 01:00-03:00 pm
  2.  LA Artcore Union Center, Los Angeles
    •  เลขที่ 120 Judge John Aiso Street
      Los Angeles, CA 90012 เวลา 03:00-05:00 pm

http://laartcore.org/contact/

The Restaurant and the Other Restaurant


The Restaurant

A group of 40 year old buddies discuss and discuss where they should meet for dinner. Finally it is agreed upon that they should meet at the Gausthof zum Lowen restaurant because the waitress’s there have low cut blouses and nice breasts!

10 years later, at 50 years of age, the group meets again and once again they discuss and discuss where they should meet. Finally it is agreed upon that they should meet at the Gausthof zum Lowen because the food there is very good and also the wine selection is good.

10 years later at 60 years of age, the group meets again and once again they discuss and discuss where they should meet. Finally it is agreed upon that they should meet at the Gausthof zum Lowen because they can eat there in peace and quiet and the restaurant is smoke free.

10 years later, at 70 years of age, the group meets again and once again they discuss and discuss where they should meet. Finally it is agreed upon that they should meet at the Gausthof zum Lowen because the restaurant is wheel chair accessible and they even have an elevator.

10 years later, at 80 years of age, the group meets again and once again they discuss and discuss where they should meet. Finally it is agreed upon that they should meet at the Gausthof zum Lowen because that would be a great idea because they have never been there before.

 

The other restaurant

I was in the restaurant yesterday when I suddenly realized I desperately needed to pass gas. The music was really, really loud, so I timed my gas with the beat of the music.

After a couple of songs, I started to feel better. I finished my coffee, and noticed that everybody was staring at me….

Then I suddenly remembered that I was listening to my iPod.

 

 

Thanks Dr. Nathan Murillo of Palmspring  for his forward mails that alway makes me laugh so hard.

สงคราม


วีดีโอการประกวด “Ukrain’s Got Talent” อันนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่อยากให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน nakoi ได้รับเป็น forward mail จาก Dr.Nathan Murillo ค่ะ ขอขอบคุณดร.แนท มา ณ โอกาสนี้ค่ะ ที่ส่งเรื่องดีๆ มาให้อยู่อย่างสม่ำเสมอ

เจ้าของผลงานเป็น Sand artist ชื่อ “Kseniya Simonova” อายุ 24 ปี และเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดครั้งนั้น เนื้อหาเป็นเรื่องผลลัพธ์ของสงคราม ชื่อ “The Great Patriotic War” เป็นสงครามในประเทศ “Ukraine” ผลงจากสงครามครั้งนี้ ทำให้หนึ่งในสี่ของประชากรชาวยูเครน คือ 8-11 ล้านคนต้องเสียชีวิตลง จากจำนวนประชากรทั้งสิ้น 42 ล้านคน

 

 

 

เธอเริ่มต้นด้วยการสร้างภาพหนุ่มสาวนั่งจับมือกันอยู่อย่างมีความสุขบนม้านั่งภายใต้ท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยดวงดาวอันสุกใส พลันฉากนั้นก็ถูกลบเลือนเป็นภาพใบหน้าของหญิงสาวที่ร้องไห้คร่ำครวญ และพลันกลับมายิ้มได้อีกครั้งเมื่อปรากฏภาพของทารกน้อยขึ้น แต่เมื่อสงครามได้หวลกลับมา ภาพของหญิงสาวนางนั้นได้แปรเปลี่ยนไปในทันที กลายเป็นภาพของหญิงม่ายผู้มีดวงตาแห้งผาก กับริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า และภาพได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง เป็นภาพของอนุสรณ์สถานสำหรับเหล่าทหาร ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นภาพของกรอบหน้าต่าง ที่มองผ่านจากด้านในไปยังอนุสรณ์สถาน ในฉากสุดท้ายภาพของแม่และเด็กปรากฏขึ้นด้านในของหน้าต่าง ที่มีชายผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านนอกพร้อมมือสัมผัสที่กระจกหน้าต่าง พร้อมกับคำกล่าวอำลา

ผลงานของ Kseniya  เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม ที่เป็นผลของการพลัดพรากจากบุคคลผู้เป็นที่รัก ความสะเทือนใจที่ศิลปินได้สื่อออกมาทำให้ผู้ชมที่อยู่นั่งชมอยู่หลายรายถึงกับน้ำตาไหลแบบกั้นไม่อยู่เลยทีเดียว

Green Life Reused #1….เมี่ยงปลา


Take only what you need….

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๒) Nakoi ออกไปเที่ยวชมธรรมชาติที่ Zion National Park, Utah กับชาวคณะ มีอาจารย์กมลและพี่นวลเป็นหัวหน้าคณะค่ะ  รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเป่าอย่างบอกไม่ถูก ตอนมื้อกลางวันเราแวะทานอาหารที่พักข้างทาง มีต้นแอ๊บเปิ้ลป่าอยู่ห่างไปแค่สิบก้าว พี่นวลเกิดปิ๊งขึ้นมาว่ามื้อเย็นนี้พวกเราจะได้ชิมอาหารสูตรเด็ดจากเธออีกแล้ว….พี่นวลเดินไปเก็บแอ๊บเปิ้ลมาสักสี่ห้าลูก….เอาแค่พอกินค่ะ

แอ๊บเปิ้ลป่าที่ว่า เป็นแอ๊บเปิ้ลเขียวผลจะเล็กขนาดผลมะนาวได้ รสเปรี้ยว เป็นอาหารของสัตว์ป่าที่อาศัยในบริเวณนั้น เช่น กวาง….ขอแบ่งมากินบ้างนะ

เมนูเด็ดจานนี้คือ “เมี่ยงปลา” เป็นมื้อเย็นที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารสุขภาพ หรืออาหารรีไซเคิลก็ไม่ผิดค่ะ

เมี่ยงปลา

เมี่ยงปลา

เครื่องปรุง

  • ปลาทอดแกะเนื้อ ขยี้ให้แหลก (เราใช้ปลาที่เหลือจากปลาทอดน้ำพริกกะปิมื้อเย็นเมื่อวานนี้)
  • ขิงหั่นฝอย
  • ตะไคร้หั่นฝอย (ใส่เยอะๆ หน่อย) ใช้ตะไคร้ปลอดสารพิษที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านคะ
  • หอมแดงซอย
  • พริกขี้หนูสวน (ของแท้นะจ้ะ ปลูกที่หลุยส์เซียน่า เพื่อนน้องมลส่งไปรษณีย์ไปให้ที่ลาสเวกัส เธอเลยแบ่งมาให้ nakoi)
  • ผักชีหั่นฝอย
  • แอ๊บเปิ้ลป่าหั่นฝอย (ใช้แอ๊บเปิ้ลเขียวที่หาได้ทั่วไปแทนก็ได้ค่ะ)
  • น้ำปลา, มะนาว, น้ำตาลทรายแดงนิดหน่อย สำหรับปรุงรส
ตะไคร้ในสวนหลังบ้าน

ตะไคร้ในสวนหลังบ้าน

วิธีทำ (อันแสนจะง่ายดาย)

  • เอาเนื้อปลาที่แกะแล้วไปอุ่นซะหน่อย เพราะเราใช้ของเหลือนี่หน่า
  • แช่แอ๊บเปิ้ลในน้ำมะนาว ใช้น้ำมะนาวไม่ต้องมากนะคะ เพราะแอ๊บเปิ้ลจะเปรี้ยวอยู่แล้ว
  • พอปลาเย็นแล้วใส่ทุกอย่างรวมกันให้หมด แล้วชิมรสตามต้องการ

เสิร์ฟพร้อมผักสดตามชอบ เวลาทานใช้ใบผักห่อปลาแบบพอดีคำ แล้วใส่ปากได้เลยคะ…….เคี้ยวกรุบกรับ โดนทั้งแอ๊บเปิ้ล, ขิง และตะไคร้….อืมมมมมมมมม…. ทานข้าวไม่ต้องมาก ทานผักกับเมี่ยงปลาเยอะๆ เป็นมื้อเย็นที่ไม่ทำลายหุ่นนะคะ แถมตะไคร้ยังดีต่อสุขภาพกระเพาะอาหารเราอีกด้วย

ขนมจีบไส้ปู…..เพื่อเพื่อน


ถึงแม้นว่า……..เพิ่งทำขนมจีบไส้ปูกุ้ง ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ว่าแผ่นเกี๊ยวที่ใช้ห่อยังเหลืออยู่ ก็เลยต้องไปซื้อเนื้อปูกระป๋องมาเพิ่มอีก แล้วดันบังเอิญที่คุณเพื่อนฉลองจากแอลเอส่งข้อความมาถามอีกว่าทำยังไง เพราะว่าคุณเพื่อนไปซื้อเนื้อปูกระป๋องมา อยากจะลองทำขนมจีบดูบ้าง ก็เลยถือเป็นจังหวะอันดี ที่ประจวบเหมาะกัน ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนลงบล๊อก เพราะเคยเขียนเรื่องขนมจีบไปแล้วครั้งหนึ่ง ในชื่อ “แจกขนมจีบ” อยู่ในหัวข้อ “ฮิห้า…ตอนมายมีวล์” แต่อันนั้นเป็นไส้ไก่คะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ต้องเขียนส่งให้เพื่อน ก็เลยเขียนซะที่เดียวเลย เผื่อคนอื่นจะได้ลองทำกันบ้างนะคะ

ขนมจีบที่นึ่งเสร็จแล้ว

ขนมจีบที่นึ่งเสร็จแล้ว

 

เครื่องปรุง

  1. เนื้อปูแกะสด หรือใช้แบบกระป๋องก็แล้วแต่สะดวกคะ nakoi ใช้เนื้อปูสองกระป๋องเล็ก
  2. กุ้งสดแกะเปลือกสับละเอียด ประมาณ 15-20 ตัว
  3. แครอทหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใช้หัวเล็ก 2 หัว
  4. แห้วหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ กระป๋องใหญ่ใช้ ครึ่งกระป๋อง หรือประมาณ 20-30 หัว
  5. น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
  7. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ขาดไม่ได้เลยคะ…….แผ่นเกี๊ยวอย่างบาง

 DSC06564

 

หมายเหตุ  ฉลองถามว่า “ใส่ปูอยากเดียวจะห่อได้มั้ย” ตอบว่า “ห่อไม่ได้คะ” เพราะเนื้อปูจะร่วนลุ่ย ไม่เกาะกัน ให้ใส่กุ้งสับลงไป เพราะกุ้งสับละเอียด (ต้องสับให้ละเอียดด้วยนะ) จะเหนียว เป็นตัวช่วยทำให้เนื้อปูติดกัน ถ้าใส่กุ้งน้อยจะใช้แป้งข้าวโพดเยอะหน่อยก็ได้ ก็ช่วยทำให้ตัวไส้ติดเช่นเดียวกัน

วิธีทำ

  • ใส่ทุกอย่างรวมกัน แล้วคลุกให้เข้ากัน ให้รู้สึกว่าเหนียวจับตัวเป็นก้อนได้
  • สัดส่วนที่ให้ไว้ สามารถดัดแปลงได้ตามความชอบ คือ ชอบกุ้งมาก ก็ใส่มาก ชอบปูมากก็ใส่ปูเยอะ ไม่ชอบผัก ก็ใส่แครอทกะแห้ว น้อยลงก็ได้ หรือถ้าใครชอบเห็ดหอมก็ฝอยใส่ลงไปได้เช่นเดียวกัน แต่การใส่แครอทกะแห้ว จะช่วยทำให้เวลาเคี้ยวมันจะมี texture คือจะกรุบกรับ อะนะ nakoi ชอบคะ
  • ถ้าต้องการชิมรสให้ นำไส้ไปแผ่บางๆ ในกระทะจนสุก และชิมรสดู รสชาติไม่ต้องจัดมาก เพราะเวลาทานต้องมีน้ำจิ้มอยู่แล้ว

 

DSC06567

 

วิธีห่อ (อันนี้ก็แล้วแต่วิทยายุทธของแต่ละท่านอะนะ………เอิ๊กกกกกกกกกกกก)

  • นำแผ่นเกี๊ยวสี่เหลี่ยมตัดมุมทั้งสี่ออก แล้วเล็มให้ค่อนข้างกลม วางบนฝ่ามือ
  • ใส่ไส้แผ่ให้ทั่ว ใช้ตะเกียบจิ้มตรงกลางแผ่นเป็นแกน แล้วรวบเข้าหากัน จับแต่งให้เข้ารูป ตั้งได้ เป็นอันเสร็จ นำไปนึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 10-15 นาที ก็สุก (ถ้าเป็นไส้ไก่จะนึ่งนานกว่านี้หน่อย)

DSC06572 

วิธีทำน้ำจิ้ม

ใครชอบจิ๊กโช่ก็จิ้มจิ๊กโช่ หรือ ถ้าชอบน้ำจิ้มรสจัดหน่อย ก็ใช้ ซีอิ้วขาวเห็ดหอม, ซีอิ้วดำหวาน, น้ำตาลทราย, น้ำส้มสายชู, พริกขี้หนูตำละเอียด ผสมกันรสชาติตามลิ้นใครลิ้นมันเลยนะ

มีเด็ดๆ แปลกๆ อีกหน่อย อันนี้เพิ่งได้มาเป็นสูตรน้าตุ้ม เธอใส่ซอสพริกศรีราชาลงไปในน้ำจิ้มคะ เธอว่ามันจะได้ข้นและจิ้มติดคะ ใครอยากลองก็เชิญนะคะ nakoi ลองแล้วอร่อยใช้ได้คะ น้ำจิ้มสูตรนี้ใช้สำหรับจิ้มขนมกุ๋ยช่ายก็ได้ด้วยนะ