ฮาเวิร์ดรับสาวงามหุ่นดีนางหนึ่งขึ้นรถ หลังจากที่เขาขับรถผ่านไปยังย่านเก่าอันทรุดโทรมของเมือง และเห็นเธอยืนโบกรถอยู่ เมื่อหล่อนขึ้นมานั่งบนรถแล้ว ฮาเวิร์ดค่อยๆ เคลื่อนรถออก และเริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองกับหล่อน
ฮาเวิร์ด: ไม่ทราบว่าคุณทำอะไรครับ คือผมหมายถึงอาชีพหนะครับ
หล่อนหน้ามาส่งยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะตอบว่า “ฉันเป็นนักมายากลค่ะ”
ฮาเวิร์ด: โอ่ะ…ไม่มีทาง ผมดูจากลักษณะท่าทางของคุณแล้ว เป็นไปไม่ได้แน่นอน …………เอายังงี้ดีกว่า คุณต้องพิสูจน์ให้ผมดูหน่อยหล่ะ
หล่อนก็ยังส่งยิ้มอันเหย้ายวนมาให้เขาอยู่เช่นเดิม แต่ไม่มีคำตอบใดๆ จากหล่อน นอกจากจะเอื้อมมือของเธอที่มีนิ้วเรียวยาว และเล็บเงาวับ ที่ถูกเคลือบไปด้วยสีแดงสด มาสัมผัสที่หัวเข่าของฮาเวิร์ด แล้วเริ่มต้นบีบเบาๆ และลูบไล้วนไปวนมา…..แค่นั้นแหละที่เธอทำ
ฮาเวิร์ดมารู้สึกตัวอีกที……ก็เมื่อขับรถเลี้ยวปร๊าดเข้าไปในโรงแรมม่านรูดใกล้ๆ แถวนั้น พร้อมกับนักมายากลสาวสวย….แค่นั้นแหละที่เธอทำ
I got a Black Magic Woman.
I got a Black Magic Woman.
Yes, I got a Black Magic Woman,
She’s got me so blind I can’t see;
But she’s a [...]
Read Full Post »
ชายคนหนึ่งออกจากชิคาโกเพื่อไปพักผ่อนที่คีย์เวส ในช่วงวันหยุดพักผ่อนของเขา แต่ภรรยาสุดที่รักของเขาเกิดติดธุระกระทันหัน จึงไม่สามารถไปพร้อมกันกับเขาได้ เธอได้ตกลงกับสามีสุดที่รักว่า จะบินตามไปทันทีในวันรุ่งขึ้นเมื่อเสร็จธุระ
ทันทีที่เขาเดินทางถึงฟลอริด้า เขาได้ส่งอีเมลล์คร่ำครวญด้วยความคิดถึง…ถึงภรรยาสุดที่รัก เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องกังวลใจ แต่ด้วยความรีบร้อน ทำให้เขาพิพม์ที่อยู่ของเธอพลาดไปหนึ่งตัวอักษร ทำให้ภรรยาของเขาไม่ได้รับอีเมลล์ฉบับนี้…..แต่……สุภาพสตรีอีกท่านหนึ่ง เป็นผู้ได้รับอีเมลล์ฉบับนี้แทน
เมื่อหม้ายสาวนางนี้ได้รับอีเมลล์ฉบับดังกล่าว เธอได้เปิดออกด้วยความประหลาดใจในชื่อผู้ส่ง และความสงสัยใคร่อยากรู้….เธอได้เริ่มต้นอ่านมัน….เพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้น….เธอก็ได้กรี๊ดดดดดดดดดด……ร้องออกมาด้วยความตกใจอย่างสุดชีวิต และเป็นลมหมดสติไปในทันที……
ช่างโชคดีซะเหลือเกิน…..ที่วันนี้ เป็นวันที่ธิดาของเธอมาอยู่เป็นเพื่อน ด้วยเเห็นว่ามารดาของเธอยังอยู่ในอาการเศร้าโศกอย่างยิ่งที่เพิ่งจะเสียสามีสุดที่รักไป
ด้วยเสียงกรี๊ดร้องอันดังของมารดา….. ทำให้เธอตกใจอย่างยิ่ง จึงได้วิ่งไปยังห้องของมารดา และพบว่า….แม่ของเธออยู่ในสภาพสลบไสล ไม่ได้สติ….เธอเริ่มเขย่าเรียกมารดา แต่หม้ายสาวก็ยังไม่ฟื้น…. พลันสายตาเธอเหลือบไปเห็นอีเมลล์ที่เปิดอยู่ มีใจความบางตอนว่า…………………
ถึงภรรยาสุดที่รักของฉัน
……..ฉันได้มาถึง และcheck in เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี และดูเพียบพร้อมเพื่อเตรียมต้อนรับการมาถึงของคุณในวันพรุ่งนี้ ฉันกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคุณอย่างตื่นเต้น ที่จะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง….จากสามีสุดที่รักของคุณ
ปล. ที่นี่ค่อนข้างจะร้อนนะจ้ะที่รัก
Read Full Post »
จะเป็นเพราะว่า Nakoi เป็นคนชอบกินปลา ก็น่าจะใช่นะ…จึงเห็นว่าปลาดีมีประโยชน์…..นอกจากจะทำให้ฉลาดแล้ว ยังทำให้อารมณ์ดีอีกด้วยนะ….ฮึ ฮึ ฮึ
ที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ชื่อร้าน “เขียวการค้า” ลูกค้าขาประจำคนหนึ่งได้คุยกับเจ้าของร้าน ที่เขาคิดว่าเป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่องอย่างมากคนหนึ่งของเมือง
ลูกค้า: ช่วยบอกฉันที่ซิว่า ทำไมคุณถึงได้เป็นคนฉลาดปานนี้
เจ้าของร้าน: ปกติแล้วนะ ฉันไม่เคยคิดที่จะบอกให้มาก่อนเลยนะ ไอ้เรื่องความลับที่ทำให้ฉันฉลาดเนี่ย….แต่เอาหล่ะ…ไหนๆ นายก็เป็นลูกค้าขาประจำที่ซื่อสัตย์คนหนึ่งของฉัน ฉันจะยอมบอกความลับนี้กับนาย
เจ้าของร้านตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง และสุ่มเสียงอันแหบต่ำ ลุ่มลึก และแผ่วเบา ด้วยเกรงว่าลูกค้าคนอื่นๆ จะแอบได้ยินเข้า
เจ้าของร้าน: เขยิบเข้ามาใกล้ๆ อีกนิดซิ…นี่ไง….หัวปลานี่ไง…ถ้านายกินหัวปลานี่นะ นายจะฉลาดปราดเปรื่องอย่างหาตัวจับได้ยากทีเดียว
ลูกค้าตอบกลับไปด้วยสีหน้า และท่าทางตื่นเต้น ดีใจ ดวงตาเบิกโต ด้วยความปิติ อย่างเห็นได้ชัด
ลูกค้า: จริงเหรอ….แล้วนายมีหัวปลาแบบนี้ขายหรือเปล่าหล่ะ
เจ้าของร้าน: มีซิ…หัวละแค่ 4 เหรียญ เท่านั้นเอง
ลูกค้า: งั้นฉันขอซื้อสักสามหัวก่อน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป…ลูกค้าคนเดิมกลับไปที่ร้านอีก
ลูกค้า: ไอ้บ้าเอ๋ย…แกเอาหัวปลาอะไรให้ฉันไปวะ นอกจากรสชาติมันจะสุดห่วยแล้วนะ มันยังไม่ทำให้ฉันฉลาดขึ้นอีกด้วยว่ะ
เจ้าของร้าน: นั้นแสดงว่า…นายยังกินมันน้อยเกินไปหล่ะซิท่า
ลูกค้า: อ้าวเหรอ….นายคิดอย่างงั้นจริงเหรอ….งั้นวันนี้ฉันขอซื้ออีกสักยี่สิบห้วแล้วกัน
สองสัปดาห์ผ่านไป…ลูกค้าคนเดิมกลับมาที่ร้านอีก…แต่คราวนี้…เขามาด้วยอารมณ์โมโหโกรธาอย่างสุดฤทธิ์…และพร้อมจะขยำเจ้าของร้านให้แดดิ้นไปในพริบตา
ลูกค้า: เฮ้ย…ไอ้บ้า..ไอ้สาระเลว…ไอ้ขี้โกง…ไอ้ฉ้อฉล วันนี้แกไม่รอดฉันแน่…แกมันบ้าเอาหัวปลามาขายฉันได้ตั้งราคาหัวละ 4 เหรียญ ทั้งๆ ที่ฉันนะ สามารถซื้อปลาได้ทั้งตัวในราคาแค่ 2 เหรียญ เท่านั้นเองนะโว้ย…แกตั้งใจจะหลอกลวงฉันนี่หว่า
เจ้าของร้าน: ใจเย็นก่อน….นั่นไง…นั่นไง….เห็นมั้ย นายนะฉลาดขึ้นแล้วไง…..กร๊ากกกกกกกกกก
อ้างอิง: จาก [...]
Read Full Post »
เรื่องเล่าเช้านี้….nakoi ฟังแล้วมันช่างน่ารักจั๊กกะจี้ดีแท้เชียว….เพราะตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์….มัวแต่ยุ่งเป็นลิง แต่ว่านู๋ผึ้งเขาเล่าให้ฟัง….เขานั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย…..
หลังอาหารมื้อกลางเย็น (ระหว่างกลางวันกะเย็นนะ) มีลุงหง่า, ลุงตึ๋ง, พี่โต้ง, อาอ่อด, นู่ผึ้ง และอีกสองสามคน นั่งอยู่ มื้อนี้เขาทานข้าวไข่เจียวสามหอมฝีมือน้องหริงกัน แล้วก็ตามด้วยผลไม้ตัวต้นเรื่อง…คือ “สับปะรด” นี่อง ทุกคนก็นั่งคุยกันไปทานสับปะรดกันไป ลุงหง่าก็เล่าเรื่องอะไรต่ออะไรให้ฟังเช่นเคย โดยมีสายตาหลายคู่ของผู้คนร่วมโต๊ะจับจ้องและเพลิดเพลินไปกะลุงหง่า ไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใด…อาอ่อดก็กินสับปะรดไปแคะขี้ฟันไป…..
ลุงหง่า: อ่อด….เอาสับปะรดมากินบ้างซิ
อาอ่อด…ไม่พูดอะไร เอาไม้จิ้มฟันจิ้มสับปะรดส่งให้ลุงหง่า โดยที่ไม่มีใครสังเกตหรือว่าอะไร…มีเพียงสายตาหนึ่งคู่ที่บังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าอย่างจัง…..
นู๋ผึ้งนั่นเอง…เธอเหลือบไปเห็นพอดีว่า อาอ่อดกำลังแคะขี้ฟันอยู่ตอนที่ลุงหง่าบอกขอสับปะรด แล้วแกก็เอาไม้อันเดียวกันนั้นแหละจิ้มสับปะรดส่งให้ลุงหง่า…จร๊ากกกกก…นู๋ผึ้งนั่งเงียบกริบ…ไม่กล้าพูดไรทั้งสิ้น…
อาอ่อดส่งสับปะรดให้ลุงหง่า….
อาอ่อด: เอ้า…อา…
ลุงหง่า: เฮ้ย…ไอ้อ่อด…เอ็งเอาไม้จิ้มที่ฟันที่แคะฟันเอ็งอยู่มาจิ้มสับปะรดให้ข้านี่หว่า….
อาอ่อด: โอ้ย…ใช่ที่ไหนเล่าอา…ผมยังไม่ได้ใช้เลย…
ลุงหง่า: ก็ข้าเห็นอยู่นี่หว่า
พี่โต้ง: แหมครู….ขี้ฟันหลานกินไม่ได้เชียวเหรอ….กร๊ากกกกก….
ทุกคนหัวเราะกันกร๊ากกก…ใหญ่….อาอ่อดก็ทำหน้าตาเฉย เหมือนเคย แล้วตอบว่า
อาอ่อด: ไม่ใช่อา….ไม้มันมีสองข้าง….ผมใช้อีกข้างหนึ่ง ข้างที่จิ้มผมยังไม่ได้ใช้
แล้วลุงหง่าก็จับสับปะรดเข้าปาก….อืม….
กร๊ากกกก……..ใครว่าคนแก่เบลอ….ตาฝ้าฟาง…คนอ่อนกว่านี่ซิ…..
Read Full Post »
Help!
Help!…by The Beatles
Help, I need somebody,
Help, not just anybody,
Help, you know I need someone,
Help!
When I was younger, so much younger than today,
I never needed anybody’s help in anyway.
But now these days are gone, I’m not so self assured,
Now I find I’ve changed my mind, I’ve opened up the doors.
Help me if [...]
Read Full Post »