Ghost Town…ปรือออออ….


ขึ้นชื่อว่า “ผี” ใครไม่กลัวยกมือขึ้น อิ อิ อิ…ไม่มีใครยกมือ

ครั้งแรกที่ได้ยินว่า “Ghost Town” หรือเมืองผีเนี่ย เจ้าขนแขนมันก็สแตนด์อัพซะแล้ว แหม! คุณสามีใจดีจังบอกจะพาเมียไปเที่ยวเมืองผี….จ๊ากกกก…อะไรกันเนี่ยที่รัก แปลว่าอะไรหล่ะเนี่ย จะพาเมียไปเที่ยวเมืองผีหนะ…

เส้นทางสาย US95 ขึ้นไปทางเหนื��ข��งเมื��งลาสเวกัส
เส้นทางสาย US95 ขึ้นไปทางเหนือของเมืองลาสเวกัส

พี่หมาย:   น้อง ๆ พรุ่งนี้ตื่นเช้าเตรียมตัวให้พร้อมนะ อาหารการกิน น้ำท่า เตรียมให้พร้อมนะ พี่จะเตรียมกล้องไปจับภาพไว้เป็นหลักฐาน
ก้อย:       ไปเที่ยวเหรอพี่ ไปไหนคะ
พี่หมาย:   Goldwell Rhyolite Ghost Town
ก้อย:       Ghost Town พี่ไม่กลัวผีเหรอ
พี่หมาย:   พี่ไม่กลัวหรอกน้อง พี่เพียงแต่เกรงใจเท่านั้นแหละ แล้วเราก็ไปกันตอนกลางวันนะ ไม่ต้องห่วง มีอะไรพี่จะ….วิ่งนำหน้าน้องเอง…..ฮ่า ฮ่า ฮ่า…..

 

ชาวบ้านขายข��ง Yard Sale ระหว่างทางก่��นเข้าเมื��ง Beatty
ชาวบ้านขายของ Yard Sale ระหว่างทางก่อนเข้าเมือง Beatty

 

เราเตรียมตัวจัดข้าวปลาอาหาร ขนมขบเคี้ยว และน้ำดื่มกันอย่างพร้อมเพรียง กล้องถ่ายรูป แบตเตอรี่ และเม็มโมรี่การ์ดแวะเติมน้ำมันเต็มถังก่อนออกจากเมือง ออกรถจากปั๊มน้ำมันได้สักพัก

 

รถบรรทุกบนเส้นทางไปยังเมื��ง Beatty
รถบรรทุกบนเส้นทางไปยังเมือง Beatty

 

 

 

 

สามแยกทางเข้าเมื��ง Beatty จาก US95
สามแยกทางเข้าเมือง Beatty จาก US95

 

 

 

พี่หมาย:   น้องๆ เอาขนมผักกาดตักใส่ปากพี่หน่อยดิ อยู่เฉยๆ ทำไม
ก้อย:      โอ้โห! ออกจากบ้านได้ไม่ถึงห้านาที หิวอีกแล้วเหรอ
พี่หมาย:   ก็มือมันทำงานแล้วปากมันว่างนะ
ก้อย:      มันก็รู้สึกตื่นเต้นดีเหมือนกันนะพี่ อยากรู้ว่าเมืองผีมันจะหน้าตาเป็นยังไง คนที่นี่เขาก็แปลกเน้อ ทำไมเอาเมืองร้างมาทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ สงสัยว่าเมืองนี้คนมันคงจะตายทั้งเมืองหล่ะมั้ง เป็นโรคระบาดตาย หรือว่าโดนฆ่าตายกันทั้งเมือง ก็ไม่รู้เน้อ
พี่หมาย:  ถ้าอยากรู้นะตักขนมผักกาดใส่ปากพี่เร็วๆ อย่าช้า เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

 

 

Beatty Museum บนทางผ่านไปเมื��ง Rhyolite
Beatty Museum บนทางผ่านไปเมือง Rhyolite

 

Goldwell Rhyolite Ghost Town นั้นเป็นเหมืองแร่ทองคำที่จัดเป็นเหมืองแร่แหล่งสุดท้ายในมลรัฐเนวาด้า เป็นเหมืองที่มีความเจริญที่สุดของมลรัฐเนวาด้าในช่วงราวปี 1905

 

ป้ายบ��กทางเข้า Goldwell
ป้ายบอกทางเข้า Goldwell

 

เมืองRhyolite (รายโอไลท์) นี้ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองลาสเวกัสเป็นระยะทาง 120 ไมล์ บนเส้นทางสาย US95 ติดกับเขตแดนทางด้านตะวันออกของ Death Valley National Park ใช้เวลาขับรถจากลาสเวกัสประมาณชั่วโมงกว่าๆ โดยเส้นทาง US95 ขึ้นไปทางเหนือจนถึงเมือง Beatty แล้วแยกต่อไปตามป้ายบอกทางไปเมือง Rhyolite ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

 

ถนนทางเข้าสู่เมื��ง Rhyolite
ถนนทางเข้าสู่เมือง Rhyolite

 

เหมืองทองนี้เป็นเหมืองทองที่บูมที่สุดในยุคนั้น เป็นชุมชนที่มีผู้คนอยู่อาศัยราว 10,000 คน เริ่มก่อตั้งจากการเป็นแค้มป์ของคนงานเหมืองแร่ชื่อ Frank “Shorty” Harris และ “Ernest L. Cross” ในราวปี 1904 จากชุมชนขนาดเล็กได้ขยายและเติบโตเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในมลรัฐเนวาด้า ในยุคนั้น เมืองนี้ประกอบไปด้วยอาคารตึก ที่ใช้เป็นบ้านเรือน, ร้านค้า, อาคารสำนักงาน, ธนาคาร, โรงเรียน และสถานีรถไฟ เป็นต้น

 

ซาก��าคารสถานีรถไฟเก่า
ซากอาคารสถานีรถไฟเก่า

 

ซาก John S.Cook & Co Bank
ซาก John S.Cook & Co Bank

 

ป้าย��ธิบายพร้��มรูปภาพเก่าข��ง��าคาร
ป้ายอธิบายพร้อมรูปภาพเก่าของอาคาร

 

ในปี 1907 ได้เกิดเหตุวิกฤตทางการเงิน ทำให้ธุรกิจหลายแห่งเริ่มปิดตัวลง จนกระทั่งในปี 1916 ผู้คนได้เริ่มอพยพย้ายถิ่นฐานออกจากเมือง และทิ้งเมืองนี้ให้กลายสภาพเป็นเมืองร้างในที่สุด

ซากอาคาร HD & LD Porter ปี 1906
ซากอาคารธนาคาร

ปัจจุบันคงเหลือแค่เพียงซากอาคารเก่าที่พุพัง เป็นหลักฐานบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตเท่านั้น

 

พี่หมาย: เป็นไงน้อง…น้ำหน่อยน้อง คอแห้งแล้ว
ก้อย: แหม! เราก็นึกว่าเขาเป็นโรคระบาดตายกันทั้งเมือง หรือว่าโดนฆาตกรรมกันทั้งเมือง
โอ้โห! ทิวทัศน์สองข้างทางมันกว้างใหญ่ สวยแปลกตาไปอีกอย่างนะพี่
พี่หมาย: เดี๋ยวไปถึงจะเห็นว่ามันมีอย่างอื่นน่าสนใจอีกนะ นอกจากซากตึกร้างแล้วนะ
ถ้าเจอผีหล่ะก็ อย่าได้ตกใจไปเชียวน้อง ดูแล้วบรรยากาศมันก็วังเวงใช้ได้ทีเดียว เราใกล้ถึงกันแล้ว
ก้อย: คนไม่เห็นมีเลยพี่ อ้อ…นั่นไง เห็นแล้ว สองสามคน คนน้อยมากเลยเน้อพี่ ว่าแต่ว่าไอ้ที่เราเห็นเนี่ย มันคนหรือเปล่านะซิพี่
พี่หมาย: โหะ…พูดไรยังงั้นฟะ คนยิ่งปอดแหกอยู่ด้วย กลางวันแสกๆ บอกแล้วไงว่าจะวิ่งนำ ยังไงก็วิ่งตามให้ทันหล่ะกัน พี่จะไปจอดรถตรงโน้นดีกว่า จะได้ร่มหน่อย

 

ในปี 1984 มีศิลปินชาวโปแลนด์ชื่อ “Albert Szukalski” ได้มาพบเมืองนี้เข้า แล้วเกิดความประทับกับซากปรักหักพังของอาคารเก่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในท่ามกลางความกว้างใหญ่ไพศาลของทะเลทราย Amargosa จึงได้สร้างสรรค์งานประติมากรรมทั้งหมด 7 ชิ้น โดยร่วมมือกับเพื่อนศิลปินชาวยุโรปอีก 3 คน

ผลงานประติมากรรมข��ง Albert Szukalski ชื่�� The Last Supper
ผลงานประติมากรรมของ Albert Szukalski ชื่อ The Last Supper

 

The Venus of Nevada 1992" ผลงาน Dr.Hugo Heyrman ศิลปินชาวเบลเยี่ยม
"Lady Desert: The Venus of Nevada 1992" Artist Dr.Hugo Heyrman

ปัจจุบันนี้ประติมากรรมขนาดใหญ่ทั้ง 7 ชิ้นนี้ได้ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้า Rhyolite Townsite โดยทางการได้ตั้งชื่อว่า Goldwell Open Air Museum ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ National Project ที่มีศิลปิน Eames Demetrios ใช้เป็นที่ทำงานของเขา

ประติมากรรมที่ติดตั้งและเป็นสัญญลักษณ์ข��ง Goldwell Open Air Museum
ประติมากรรมที่ติดตั้งและเป็นสัญญลักษณ์ของ Goldwell Open Air Museum

 

"Icara 1992" โดย Dre Peeters
"Icara 1992" Artist Dre Peeters

 

 

พี่หมาย: เป็นไงน้อง…เห็นมั้ยพี่บอกแล้วให้เตรียมข้าวปลาอาหาร น้ำ่ท่า ขนมขบเคี้ยวมานะ เป็นไง แห้งแล้งขนาดนี้ คนไม่มี มีแต่ผีนะเนี่ย หิวขึ้นมาไปหาที่ไหนกินได้หล่ะ

ก้อย:     ก็งั้นดิพี่  ดีนะเนี่ยที่เชื่อพี่ ที่นี่มันก็สวยแปลกตาไปอีกแบบนะ อีกอย่างหนึ่งที่ดีของที่นี่ ก็คือมันฟรีนะ ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม อยากจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ทุกเวลาทุกวัน

"Chained to the Earth 1992" โดย Davis Spicer
"Chained to the Earth 1992" Artist Davis Spicer
"Tribute to Shorty Harris 1994" Artist Fred Bervoets
"Tribute to Shorty Harris 1994" Artist Fred Bervoets

 

Goldwell Open Air Museum นี้เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดเวลา 24/7 (ตลอด 24 ชั่วโมง และเจ็ดวันต่อสัปดาห์) มีห้องแสดงนิทรรศการและร้านขายของที่ระลึกซึ่งจะเปิดในวันหยุดสุดสัปดาห์บางสัปดาห์ ช่วงเดือนกันยายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเริ่มคลายร้อนและเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว รายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก www.goldwellmuseum.org ใครที่สนใจอยากไปเที่ยว ก็อย่าลืมชวนกันไปหลายๆคนหน่อยแล้วกัน ยิ่งใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกดินนะ จะดูสวยแปลกตาไปอีกอย่าง ที่นี่จะเป็นที่นิยมของนักถ่ายภาพ เป็นแหล่งถ่ายภาพที่ขึ้นชื่อของนักถ่ายภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นเลยหล่ะ

หนึ่งความคิดบน “Ghost Town…ปรือออออ….”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s