Living with the things I love ตอน….ตำนานรักดอกไม้บาน


ถ้าจะพูดถึงนิยายรักอมตะแล้ว ก็มีให้เห็นกันทุกเชื้อชาติ ภาษา ไล่กันมาตั้งแต่โรมิโอ กะจูเลียต เรื่อยมาถึงไอ้ขวัญกะอีเรียม และทุกเรื่องต่างก็พกพาความสะเทือนอกสะเทือนใจ มาฝากผู้ที่ได้สัมผัสอย่างแรงไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ตำนานรักดอกไม้บานเรื่องนี้ มันก็กระชากใจอิฉันอย่างแรงเช่นกัน ถึงแม้นเนื้อหาจะเป็นแบบโชยกลิ่นไปสองคุ้งน้ำ แต่ก็เรียกได้ว่า เป็นไปตามพิมพ์นิยมคะ

ที่มันต้องไปเกี่ยวกับจานชาม…ก็เพราะว่า…ตำนานรักพิมพ์นิยมนี้เป็นลายที่นิยมพิมพ์กันอย่างแพร่หลายมานานเนิ่นกว่าสองร้อยปีแล้ว

เริ่มแรก….แค่เพียงความชื่นชอบสีฟ้าเป็นทุนเดิม (คนเกิดวันสุขก็แบบนี้แหละ) เมื่อได้เห็นจานชามที่มีลายสีฟ้าขาว (ต้องเป็นของเก่า หรือเลียนแบบของเก่าด้วยนะ) แบบนี้ ก็รู้สึกชอบ เพียงแค่มันสวย สบายตาดี คงจะทำให้อาหารดูน่าทานขึ้น ประกอบกับลายนี้มันเป็นลวดลายแบบจีน เห็นแล้วก็ชวนให้คิดถึงบ้านไปด้วย และช่วงจังหวะนั้น ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ภาชนะลายนี้ แม้นแต่ไปห้องสมุดก็ยังเจอหนังสือ ที่เป็นเรื่องราวของจานชามลายนี้….แต่กระนั้น…ก็ยังมิได้มีไว้ในครอบครองเลยสักชิ้น

จานสีฟ้าขาวชุดแรกที่ซื้��มาได้จากร้าน Marshall
จานสีฟ้าขาวชุดแรกที่ซื้อมาได้จากร้าน Marshall
ด้านหลังข��งจานใบนี้
ด้านหลังของจานใบนี้

แล้ววันหนึ่ง…เมื่อไปเจอของลดราคาล้างโกดังที่ร้านชื่อ “Marshall” (ร้านขายของลดราคา สินค้ามียี่ห้อหลากหลายชนิด) เห็นจานสีฟ้าขาว แบบที่เรียกว่า “Transferware” แต่เป็นลายดอกไม้แบบของฝรั่ง ขายในราคาใบละหนึ่งเหรียญ ขนาดเล็กกำลังพอเหมาะ เป็นของที่ทำในอังกฤษ…คิดในใจว่า….เอาหล่ะว่ะ…ซื้ออันนี้ก่อนหล่ะกัน เดี๋ยวเจอลายสุดที่รัก ค่อยซื้ออีก….. อิฉันก็ตัดสินใจซื้อยกมาทั้งหมดประมาณสิบกว่าใบเห็นจะได้ หลังจากนั้นก็ใช้อยู่เป็นประจำทุกมื้ออาหาร แขกไปใครมาก็ออกปากชมว่าสวย….แหม! จานสวยนี่มันก็ช่วยทำให้อาหารที่รสชาติไม่ค่อยจะได้เรื่องของเรา ดูดีขึ้นมาได้ด้วยนะ….สงสัยต้องไปหาซื้อมาอีก…หลังจากนั้น ไม่เคยมีภาชนะ transferware ลายสีฟ้าขาวที่ราคาดีแบบนั้นอีกเลย…..ไม่ว่าจะลายไหนๆ

อิฉันต้องกลับมาเริ่มหาวิธีเรียกร้องความสนใจจากคนแถวบ้าน ให้อนุญาตซื้อภาชนะพวกนี้อีก ด้วยการเล่าประวัติอันยืดยาว และอมตะให้ฟัง และคราวนี้ก็ได้ผล….เพราะชักจะเริ่มเอนเอียง หลังจากที่มีคนพูดถึงมันแบบชื่นชมกันมากขึ้น

Blue Willow ชุดแรกที่ได้มาจาก yard sale แถวบ้าน
Blue Willow ชุดแรกที่ได้มาจาก yard sale แถวบ้าน
ด้านหลัง Blue willow ใบนี้
ด้านหลัง Blue willow ใบนี้

โดยส่วนมากแล้วเสาร์อาทิตย์ไหนที่อากาศดี อิฉันจะชักชวนคนแถวบ้านให้ออกไปตะเวนหาของเด็ดกัน….แล้ววันหนึ่ง…ก็เจอจนได้…บ้านนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านอิฉันนัก…ถัดไปสองสามซอย…เปิดประตูโรงรถขายของ…แล้วอิฉันก็ได้เจอมันเข้าจนได้…(เขาเรียกว่ามีพลังจิต….เพราะฉะนั้นอยากได้อะไรให้ตั้งใจมุ่งมั่นเข้าไว้ แล้ววันหนึ่งมันจะเป็นของเรา) ……..เขาขายให้ใบละหนึ่งเหรียญ พร้อมถ้วยกาแฟและจานรอง ในราคาเดียวกัน…เหมามาหมดเลยเจ้าคะ ห้าใบ กับอีกสามชุดกาแฟพร้อมจานรอง เป็นของที่ทำในอังกฤษเช่นกัน

ชุดถ้วยกาแฟพร้��มจานร��ง blue willow ได้จาก yard sale แถวบ้าน เช่นกัน
ชุดถ้วยกาแฟพร้อมจานรอง blue willow ได้จาก yard sale แถวบ้าน เช่นกัน

กลับมาถึงบ้าน…ก็เริ่มเล่าให้สามีฟังถึงตำนานรักดอกไม้บานภาคขยาย…โดยมีจานใบที่เพิ่งจะได้มาเป็นตัวแสดงภาพประกอบ……..

ลายที่อยู่บนภาชนะพวกนี้ มีชื่อว่า ” Willow Pattern” ถ้าตัวภาชนะเป็นสีขาว และมีลายสีฟ้า แบบที่อิฉันชอบแล้ว มันจะถูกเรียกว่า “Blue Willow” แต่ก็มีที่เป็นตัวลายสีอื่นๆ เช่น ชมพู, เขียว หรือน้ำตาล เป็นต้น แล้วแต่โรงงานที่ผลิต ซึ่งจะไม่สามารถเรียกว่า blue willow ได้ แต่จะเรียกเพียงว่า willow pattern เฉยๆ (มักเห็นคนตามอีเบย์เรียก blue willow แต่เป็นสีอื่นๆ ที่ไม่ใช่สีฟ้า อยู่บ่อยๆ)

ตัว��ย่างจานแบบ tranferware สีชมพู ลาย willow เช่นกัน
ตัวอย่างจานแบบ tranferware สีชมพู ลาย willow เช่นกัน
ด้านหลังข��งจานใบนี้ (เป็น reissue) บ��กว่า มาจากโรงงานข��ง Spode ลาย willow ข��ง Spode นี้ผลิตครั้งแรกเมื่��ปี 1825 ด้วยเทคนิค Underglaze ด้วยการแกะลายลงบนแผ่นท��งแดง
ด้านหลังของจานใบนี้ (เป็น reissue)............บอกว่า มาจากโรงงานของ Spode...............ลาย willow ของ Spode นี้ผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1790 ด้วยเทคนิค Underglaze โดยการแกะลายด้วยมือ ลงบนแผ่นทองแดง

ภาชนะลายสีฟ้าขาวที่เราเห็นและรู้สึกคุ้นตากันอยู่นั้น บางที่เราจะคุ้นเคยกับชื่อที่คนเรียกมันว่า “ถ้วยชามลายคราม” ก็คงจะไม่ผิดนัก ทั้งนี้ เพราะภาชนะพวกนี้ดั้งเดิม มันก็มาจากเมืองจีนเช่นเดียวกับถ้วยชามลายครามที่เรารู้จักนั่นแหละ….

เขาเล่ากันว่า….ภาชนะพวกนี้มันถูกส่งผ่านจากเมืองจีน ไปยังยุโรป จนถึงอังกฤษ โดยเส้นทางสายไหม พร้อมๆ กับผ้าไหม และเส้นบะหมี่นั่นแหละ….สินค้าจากต่างประเทศพวกนี้ ถูกจำกัดผู้ใช้ ให้อยู่ในแวดวงของชนชั้นสูงในสังคมเท่านั้น ชาวบ้านร้านช่องธรรมดาไม่มีโอกาสได้ใช้ของพวกนี้

เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป…ในปี ค.ศ. 1772 Thomas Turner ชาวเมือง Worcester ได้ย้ายถิ่นฐานไปซื้อโรงงานผลิตภาชนะที่ Caughley ในเขต Shropshire

ที่โรงงานนี้ Turner ได้เปลี่ยนมาผลิตภาชนะที่เรียกว่า Bone China โดยออกแบบลวดลายแบบพิเศษด้วยเทคนิคการผลิตที่เรียกว่า “Blue under-glaze” ในปี 1780 โรงงานของเขาได้ผลิตลายที่มีชื่อว่า ” Willow Pattern” ขึ้นเป็นแห่งแรก และครั้งแรก ด้วยฝีมือการแกะสลักลวดลายของช่างชื่อ “Thomas Minton”

ลายเต็มข��ง Blue Willow
ลายเต็มของ Blue Willow

Minton ได้แกะลวดลาย Willow ลงบนแผ่นทองแดงขนาดความบางเท่ากระดาษ เพื่อเป็นต้นแบบของลวดลายที่จะวางลงบนภาชนะต่างๆ แผ่นลายทองแดงแผ่นนี้ถือเป็นแผ่นลาย Willow แผ่นแรกสุด และปัจจุบันนี้ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดียิ่งที่ Coal port ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญ และลาย willow นี้เองที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Minton ในฐานะช่างผู้ผลิตภาชนะลายนี้

ในระยะต่อมาลาย Caughley Willow นี้ ได้รับความนิยมและเผยแพร่ออกไปยังเขตอื่นๆ มีอีกหลายโรงได้ผลิตภาชนะลายนี้ออกมาเช่นกัน เช่น โรงงานของ Josiah Spode ใน Staffordshire , Adams, Wedgewood, Davenport, และ Clews เป็นต้น ซึ่งแต่ละแหล่งผลิต ก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไป แต่มีเค้าโครงหลักๆ ที่เหมือนเดิม

เรื่องราวความหลังที่มาของลวดลาย “Willow” นี้ไม่ปรากฏอย่างชัดเจนแน่นอน บางคนก็ว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นในอังกฤษเมื่อสองร้อยปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การขายภายชนะลายของ “Minton” ที่เอาแบบอย่างมาจากลายดั้งเดิมของจีน (ดีใจนะคะ งานนี้ฝรั่งเลียนแบบจีนคะ) บางคนก็ว่าเป็นตำนานรักของจีนมากว่าพันปีแล้ว และเรื่องราวนี้ได้ถูกส่งผ่านไปยังยุโรป โดยนักรบจากสงครามครูเสด….ไม่ว่าเรื่องราวจะมาจากไหนอย่างไร…มันก็ไม่ทำให้ความสวยงามของลายนี้ลดลงไปกว่าเดิมเลย

…………………………………………………………

กาลครั้งหนึ่ง….นานมาแล้ว…..มีคหบดีจีน แมนดาริน ผู้หนึ่ง มีลูกสาวแสนงามนามว่า “Koong-see” สาวงามนางนี้ได้ตกหลุมรักกับชายหนุ่มนาม “Chang” ผู้เป็นลูกจ้างทำบัญชีให้กับบิดาของนาง ทั้งสองผูกใจสมัครรักใคร่ชอบพอกัน และแอบพบไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ จนวันหนึ่ง….คหบดีจับได้ว่าทั้งสองแอบคบหากัน จึงกีดกันด้วยเห็นว่า Chang ช่างต่ำต้อย ไม่มีความเหมาะสมกับฐานะธิดาของตนด้วยประการทั้งปวง เขาจึงสั่งห้าม Koong-see พบกับ Chang คหบดีได้สร้างกำแพงสูงกั้นล้อมรอบบ้านของตน พร้อมกับตัดสินใจยกธิดาสาวให้กับผู้ทรงอำนาจและมั่งคั่งแห่งเมืองนาม Ta-jin

ฉากคฤหาสถ์ข��งคหบดีจีน
ฉากคฤหาสถ์ของคหบดีจีน บิดาของ Koong-see

สองหนุ่มสาวได้แต่เศร้าโศกเสียใจ เมื่อรู้ว่าบิดาของนางจะจัดงานแต่งงานให้ในวันที่ดอกท้อบานในฤดูใบไม้ผลิหน้า ท้องฟ้าที่สดใสสวยงาม ได้เปลี่ยนกลายเป็นสีเทา ดอกท้อที่เคยผลิดอกบานในฤดูใบไม้ผลิ จะไม่สวยงามเช่นเคย สายน้ำที่เคยไหลเอื่อย หยอกล้อกับฝูงปลา กลับกลายเป็นธารน้ำตาที่ไหลอย่างไม่มีวันหยุด

Koong-see ได้แต่นั่งเฝ้ามองกิ่งของต้นท้อที่ทอดผ่านกำแพงบ้านมายังห้องของนาง วันแล้วันเล่า จน…..ใกล้วันดอกไม้บาน…..นางเห็นกาบมะพร้าวทั้งลูกลอยน้ำฝ่าเกลียวระลอกคลื่นมาเอื่อยๆ แบบสะดุดสายตา นางจึงใช้ไม้เขี่ยลูกมะพร้าวเข้ามา และแกะดู Koong-see พบเศษกระดาษแผ่นเล็กข้างใน มีใจความว่า ชายคนรักของนาง กำลังจะจากนางไปจากโลกนี้ในวันที่ดอกท้อบาน…เขากำลังจะฆ่าตัวตาย….นางจึงเขียนจดหมายตอบกลับไปในลูกมะพร้าวนั้น (แล้วลูกมะพร้าวติดรีโมท ก็ลอยทวนกระแสน้ำ กลับไปหา Chang) มีความว่า “ลูกไม้แห้งลูกนี้ จะไม่ทำให้ท่านแห้งแล้งอีกต่อไป มันจะเป็นของขวัญที่ชโลมใจท่าน และมีค่าที่สุดของท่าน จงมีชีวิตอยู่ต่อไปในวันที่ดอกท้อบาน และขอให้ท่านมาพบข้าให้ได้ในวันนั้น”

แล้ววันที่ทุกข์และสุขต้องพบกัน ก็มาถึง เมื่อดอกท้อบาน….Ta-jin ผู้ทรงอำนาจและมั่งคั่งด้วยเงินตรา ก็ขนกล่องแก้วแหวนเงินทองขึ้นจากเรือ มาเป็นของหมั้นแก่นาง Koong-see งานเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้น เมื่อคหบดี พร้อมบุตรสาว ได้มารอรับ Ta-jin และขณะเดียวกัน Chang ได้ปลอมตัวเป็นคนรับใช้เข้าไปในงาน เขาได้ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าสาวคนรักทันทีที่ดอกท้อล่วงลงสู่พื้นน้ำ โดยมีคหบดี และ Ta-jin ยืนตะลึงงันอยู่ด้วยความขุ่นเคือง

ฉากต��น Change เขามาช่วงที่ Tajin ยกขันหมากมายังบ้านข��งคหบดี
ฉากตอน Chang เขามาช่วงที่ Tajin ยกขันหมากมายังบ้านของคหบดี

คหบดีได้ด่าทอว่า Chang อย่างสาดเสียเทเสีย ขณะที่ Koong-see อุ้มกล่องสินสอดทองหมั้นอยู่นั้น สองหนุ่มสาวได้ปราดเข้าหากัน และพากันจูงมือกระโดดลงเรือของ Ta-jin หนี ปล่อยให้ทั้งสองคนยืนตะลึงไปชั่วขณะ

ฉากที่ Chang และ Koong-see ล่��งเรื��หนี โดยมีฉากบ้านหลังน้��ยบนเกาะ ��ยู่ที่ด้านบน
ฉากที่ Chang และ Koong-see ล่องเรือหนี โดยมีฉากบ้านหลังน้อยบนเกาะ อยู่ที่ด้านบน

มาถึงตอนนี้….บางตำนานกล่าวว่า สองหนุ่มสาวได้พากันล่องเรือฝ่าคลื่นลม มรสุมในแม่น้ำแยงซีอันเชี่ยวกราก แต่ก็ไม่สามารถผ่าน คลื่นมฤตยูยักษ์ไปได้ ทั้งสองได้จบชีวิตลงกลางท้องน้ำ ในวงล้อมของปลาน้อยใหญ่ และเทพเจ้าได้บันดาลให้ทั้งคู่ไปเกิดเป็นนก บินล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า…..ดังที่ปรากฏในลวดลายบนจาน

แต่บางตำนาน ก็มีเรื่องเล่าต่อไปอีกว่า….สองหนุ่มสาว ได้ล่องเรือฝ่ามรสุมคลื่นลมไปจนถึงเกาะแห่งหนึ่ง และได้ซื้อเกาะเล็กแห่งนี้ ด้วยสินสอดทองหมั้นที่หอบหิ้วติดมือไปด้วย…..ทั้งคู่ได้ช่วยกันสร้างบ้านขึ้น ครองรักกันอย่างมีความสุข บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ หลายปีผ่านไป Chang ได้เริ่มต้นเขียนหนังสือ และบทประพันธ์ของเขา ก็ได้แพร่หลายออกไป …….จน Ta-jinได้ไปพบเข้า เขาได้เริ่มออกเสาะหาทั้งคู่อีกครั้ง

ฉากหลังจากที่ Chang และ Koong-see ถูกฆ่าตาย และได้ไปเกิดเป็นนกคู่กันบนท้��งฟ้า
ฉากหลังจากที่ Chang และ Koong-see ถูกฆ่าตาย และได้ไปเกิดเป็นนกคู่กันบนท้องฟ้า

วันหนึ่ง…..พวกเหล่าสมุนของ Ta-jin ได้ล่องเรือสืบเสาะหาข่าวสารของทั้งคู่ ตลอดเวลาตั้งแต่ทั้งคู่จากมา ด้วยความแค้นของ Ta-jin ที่ต้องเสียหน้า และยังเสียทรัพย์สินมากมาย ทำให้เขามิได้คลายความชิงชังคนทั้งคู่ไปได้ สมุนได้กลับไปรายงานข่าวให้เจ้านายของตนทราบ และพวกเขาได้นำกองทัพเรือมายังเกาะรักแห่งนี้ และได้เผาทำลายบ้านของ Koong-see และ Chang จนวอดวายไปสิ้น โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันได้ตั้งตัวมาก่อน พวกเขาได้พยายามหนีเอาตัวรอด แต่ก็ไม่สามารถข้ามพ้นจากแรงอาฆาต แค้นเคืองของ Ta-jin ไปได้ ทั้งคู่ได้จบชีวิตลงพร้อมกับความรักที่มั่นคงของเขา…..เทพเจ้าเบื้องบนที่ได้เฝ้าติดตามทั้งคู่มา ได้บันดาลให้ทั้งคู่ไปเกิดเป็นนกคู่ อยู่บนฟากฟ้าด้วยกันเช่นเดิม…..

 

 

Living with the Things I Love ตอน ตำนานวัดเส้าหลิน

หนึ่งความคิดบน “Living with the things I love ตอน….ตำนานรักดอกไม้บาน”

  1. ก้อยเอ๋ย…

    น้องรักทำเราน้ำหมากหกอีกแล้ว สวยมากๆ ชอบจังเลย มีตำนานรักจริงๆ ซะด้วย นายแน่มาก research แน่นปึ้ก…ขอคารวะ

    มีอะไรอีก คายออกมาให้หมดซะบัดเดี๋ยวนี้เลยนะ
    จะเฝ้าจอ รอดูด้วยความหื่น…อยากได้มั่งอะ

    เจ๊แกละเอง

  2. ก้อยเพื่อนรัก

    สุดยอดว่ะ…อยากได้ชะมัด อยากหายตัวไปดูกับเพื่อนด้วยจัง เผื่อติดไม้ติดมือมาบ้านมั่ง

  3. น้ำตา หก เอ้ยน้ำลายหกในความสวย รักใบสีชมพู แต่น้ำเงินดูเอเซียดี อยากฟังอีก อ่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอคารวะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s