บันทึก#1….ศิลปวิจารณ์


      นึกยังไงไม่ทราบ ไปรื้อหนังสือเก่า เจอสมุดข้อสอบวิชาศิลปวิจารณ์ เมื่อปีพ.ศ. 2532 หรือ 20 ปี ที่ผ่านมา  ที่ Nakoi ได้เขียนขึ้น ในการสอบวิชานี้ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2532 ณ คณะโบราณดคี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพมหานคร………ผลการสอบออกมาก็เป็นที่น่าพอใจคะ เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งในวันนี้ ก็เห็นว่า เหมาะสมกับคุณวุฒิ และวัยวุฒิ ขณะนั้น อยากจะบันทึกเก็บไว้ก่อนที่กระดาษจะผุไปหมดซะก่อนค่ะ….ในวิชานี้แบ่งข้อสอบเป็นสามส่วน ข้างล่างนี้เป็นตอนที่ 2 ส่วนตอนที่ 3 จะนำมาเก็บบันทึกไว้ต่อจากบทนี้ด้วยคะ

      ในการวิจารณ์ศิลปะของบ้านเรา ผู้วิจารณ์ศิลปะในสื่อมวลชนที่เป็นที่รู้จักกันดีนั้น มักเป็นศิลปินด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะผู้ที่จะมีความรู้ความเข้าใจในงานศิลปะเป็นอย่างดี ยังมีน้อย แม้แต่ในวงการศิลปะเอง ก็ยังมีผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะไม่มากนัก เมื่อเทียบความเจริญทางด้านศิลปะของประเทศไทยกับต่างประเทศ คนที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศิลปะเป็นอย่างดี จนถึงกับสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงคุณค่า รสชาติ ลักษณะของงานศิลปะได้ จึงมีอยู่น้อย หรือแทบไม่มีเลย ดังนั้น ผู้ที่สามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดี ในเรื่องขั้นตอนต่างๆ ของการทำงานศิลปะ จึงเป็นตัวศิลปินเอง แต่ถึงอย่างไร จำนวนนักวิจารณ์ศิลปะในเมืองไทย ก็ยังมีจำนวนน้อยอยู่ และยังไม่ขยายกว้างออกไปนัก รวมทั้งยังต้องการการสนับสนุนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตัวสื่อมวลชนเองที่จะเปิดโอกาสให้บรรดานักวิจารณ์ศิลปะทั้งหน้าใหม่ และเก่า ได้แสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ ยังมีหนังสือเกี่ยวข้องกับศิลปะโดยตรงที่จะเ ปิดโอกาสให้นักวิจารณ์ศิลปะหน้าใหม่ได้แสดงผลงาน และตัวนักวิจารณ์ศิลปะเองที่มีอยู่นั้น ก็ไม่ได้ทำงานกันอย่างสม่ำเสมอ แต่จะทำงานกันเป็นเพียงช่วงๆ เท่านั้น สำหรับตัวนักวิจารณ์ศิลปะที่เป็นศิลปินด้วย คนที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น อาจารย์พิษณุ ศุภนิมิตร และ  น. ณ ปากน้ำ เองก็เป็นศิลปินที่หันมาจับงานด้านวิจารณ์ศิลปะอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้ก็ได้เลิกไปแล้ว หันไปศึกษาทางด้านโบราณคดี และประวัติศาสตร์ศิลปะแทน

      แต่ถ้าจะกล่าวว่าศิลปินเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการเป็นนักวิจารณ์ศิลปะ ก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะนักวิจารณ์ศิลปะนั้น จะเป็นใครก็ได้ที่มีความรู้ ความสามารถในการอ่านภาษาทัศนศิลป์ ที่ศิลปินได้แสดงออกในงานของเขา และสามารถถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับรู้ เข้าใจ และมีความเห็นคล้อยตาม สามารถใช้ภาษา สำนวนการเขียนได้อย่างสละสลวย อ่านรื่นหู เข้าใจได้ง่าย มีความชำนาญในการดูงานศิลปะทุกๆ ประเภท ไม่เจาะจงเฉพาะงานในสาขาที่ตนเองถนัด หรือชื่นชอบเท่านั้น ทั้งยังจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นอย่างดี สามารถชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของศิลปะ และอิทธิพลของศิลปะต่างๆ ที่มีผลกับศิลปะสมัยใหม่ และในการเขียนวิจารณ์ศิลปะนั้น จะต้องมีความเป็นกลางในการประเมินค่าของงานศิลปะ มีความคิดที่เปิดกว้าง เข้าใจในสภาพแวดล้อมของสถานการณ์ในปัจจุบันในทุกๆ ด้าน เพราะสิ่งเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลในการสร้างสรรค์งานของศิลปิน ไม่วิจารณ์งานศิลปินโดยใช้ตัวเองเป็นเครื่องตัดสินว่า ชอบ หรือไม่ชอบงานศิลปะนั้นๆ เพราะว่า ชื่นชอบ หรือไม่ชอบตัวศิลปินผู้สร้างงานศิลปะนั้นๆ และต้องพร้อมที่จะให้คำแนะนำในเชิงที่สร้างสรรค์ เพื่อเป็นประโยชน์แก่สังคม ประเทศชาติ

      ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นศิลปินหรือไม่ก็ตาม ทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นนักวิจารณ์ศิลปะได้หมด ถ้ามีคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องขั้นตอนการทำงานศิลปะ เฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าได้ผ่านการปฏิบัติงานด้านศิลปะมาบ้างก็จะดีมาก แต่ไม่ต้องถึงกับขนาดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือชำนาญ มีประสบการณ์ในการดูงานศิลปะ เขียนวิจารณ์ศิลปะมามาก ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ นักดนตรี ทุกคนสามารถเป็นนักวิจารณ์ศิลปะที่ดีได้ทั้งนั้น ถ้าได้รับการฝึกฝนอย่างพอเพียง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s