คลังเก็บหมวดหมู่: ของสะสม

Your Junk…..My Treasure


Last Thursday, Nakoi and Namai passed a church on Warmspring road. There was a sign that caught my eye. It said “ Yard Sale Fri-Sat 8:00-5:00”. Namai and I looked at each other. Bingo!

ประมาณ 10 ปี มาแล้วเห็นจะได้ น้าหมายเคยพาน้าก้อยไปที่โบสถ์นี้ ตอนเขามีงานขายของเก่าหาเงินเข้าโบสถ์ หรือที่เขาเรียกกันว่า “Yard Sale” นั่นแหละ จำได้ขึ้นใจ เพราะว่าตอนนั้น คนที่โบสถ์ส่งถุงพลาสติกให้คนละใบ แล้วบอกว่า “ใส่อะไรลงไปในถุงนี้ก็ได้ เท่าไหร่ก็ได้ที่ถุงนี้สามารถจุได้ โดยมีมูลค่า 1 เหรียญ” ครั้งนั้น ได้ของมาสารพัด เป็นที่สนุกสนานเบิกบานใจ

เท่านั้นยังพอ น้าก้อยยังบอกให้เพื่อนน้าหมายเตรียมตัวกันไปจับจ่ายอีกด้วย

 

On Friday, after my breakfast, both of us were very hurry to go to that church. This time did not like ten year ago because yard sale was carried inside the church and no more $1 for each bag.

That’s ok.

 

 

We chose many items that we like such as two nice scarves, one designer hat, one notebook, one canvas bag, two Japan ceramic dolls, and etc. Total came out $5. WoW! Very happy.

 

They are worth more than what I paid.

Recycle!

โฆษณา

Wow! Hunting Pyrex “ Old Orchard” 1960


เอาใจช่วยน้องจอยในการตามล่าหาไพเร็กซ์ (Pyrex) นะคะ

 

เมื่อเดือนที่แล้ว น้องจอยส่งรูปชามไพเร็กซ์ที่เพิ่งจะได้จากการาจเซลล์ (Garage Sale) มาให้ดูคะ เป็นไพเร็กซ์ชุดแรกของเธอคะ

 

น้องจอยเป็นรุ่นน้องเรียนจากโรงเรียนประถม, มัธยม, และมหาวิทยาลัย เดียวกันมาคะ และแถมเป็นคนบ้านเดียวกันอีกด้วยนะคะ คือ แถวฝั่งธนบุรีคะ เราเพิ่งจะได้รู้จักกันเมื่อปลายปีที่แล้วเห็นจะได้ ในฮิห้าโลกออนไลน์คะ คุยกันไปคุยกันมาอยู่หลายเดือนถึงได้รู้ความจริงข้อนี้….Nakoi ดีใจเหมือนได้เจอญาติ จากนั้นก็เริ่มชักชวนให้รู้จักกับไพเร็กซ์ซะ…….อันที่จริงแล้วเพียงแค่ต้องการจะถามหาแหล่งของชอบแถวบ้านน้องจอย (แถวโอเรกอน) ตะหาก ว่ามีมากน้อยขนาดไหน และราคาเป็นอย่างไร แต่มันก็ดันไปทำให้น้องจอยสนใจ และเริ่มอยากจะหาให้ Nakoi คะ

 

เมื่อช่วงวันหยุด Memorial day ที่ผ่านมา เธอก็ชักชวนกันกับคุณแม่ของเธอออกตระเวนตามบ้านคน แล้วก็เจอเข้าให้จนได้คะ แถมได้ในราคาถูกเหมือนได้เปล่าอีกต่างหาก งวดนั้นเธอได้มาทั้งหมด 5 ใบด้วยกัน เป็น Nesting bowl (Mixing bowl ก็เรียก) ซะ 4 ใบ ส่วนอีกหนึ่งใบเล็กเป็นถ้วยซุปที่เป็นประเภท Tableware

 

Pyrex ชุดสามใบ Old Orchad, #401 Forest Mushroom, และถ้วยซุป Copper Filigree
Pyrex ชุดสามใบ Old Orchad, #401 Forest Mushroom, และถ้วยซุป Copper Filigree ถ่ายภาพโดย "น้องจอย"

 

ลายที่ได้มาเป็นชุด nesting bowl สามใบ ชื่อลาย “Old Ochard” ตัวลายเป็นรูปพวงผลไม้ต่างๆ มีทั้งองุ่น, แอ๊บเปิ้ล, ลูกแพร, เชอร์รี่, ลูกพีช สีน้ำตาลเข้ม บนพื้นสีทึบน้ำตาลอมส้มแบบไล่โทนสี ที่ฝรั่งเรียกว่า gold-brown บางก็เรียกชื่อลายนี้ว่า “Orchard”, “butterscotch”, หรือ “brown fruit” ลายนี้เริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1960 ชุดสามใบของน้องจอยนี้มี #401 (750 ml), #402-1.5 L., และ #403-2.5 L.

 

ส่วนใบเล็กอีกใบ#401 ลาย Forest Fancies หรือที่ nakoi มักจะเรียกว่าลายเห็ดนั้น เป็นลายที่เริ่มผลิตในปี 1983 ตัวลายจะเป็นสารพัดเห็ดสีน้ำตาลแก่บนพื้นหลังสีน้ำตาลอ่อน ใบนี้เป็นใบเล็กสุดในชุดสามใบของลายนี้ บางคนก็เรียกลายนี้ว่า “Forest mushrooms” หรือ “Brown Forest” ก็มี

 

ถ้วยใบเล็กสุดน่าจะเป็นถ้วยซุปใบนี้ (ใบบนสุดในรูป) เป็นลายมาตรฐานทั่วไปของไพเร็กซ์ในประเภทที่เรียกว่า Tableware ชื่อว่าลาย “Copper Filigree” ตัวลายเป็นลายช่อม้วนเข้าออกแบบที่เรียกว่า scrollwork สีน้ำตาลออกทองแดง อยู่ตามส่วนขอบภาชนะ ลายนี้มีหลายชื่อเช่นกัน มีทั้งที่เรียกว่า  Brown Filigree, Brown Scroll, Brown Floral, และอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต ซึ่งรวมทั้งบริษัท Anchor Hocking ที่ผลิตแก้วรายใหญ่ของอเมริกาด้วย

 

ดีใจกับน้องจอยด้วยคะ ที่ไพเร็กซ์ได้เริ่มมาเพาะเชื้อในบ้านน้องแล้วคะ ขอให้สนุกสนานกับการตามล่าหาไพเร็กซ์นะคะ แล้วเอามาอวด nakoi อีกนะคะ

Living with the Things I Love ตอน ตำนานวัดเส้าหลิน


สำหรับคนที่เพิ่งมาอ่านเจอนั้น “Living with the Things I Love” หรือ “อยู่กับสิ่งที่ฉันรัก” ของ Nakoi ก็คือ ภาชนะกะโหลกกะลา ถ้วยชามรามไห นั่นเอง แต่งวดนี้เจาะจงลงไปที่ภาชนะที่มีลวดลายสีฟ้าขาว ในแบบลายที่เรียกว่า ลาย Willow จะว่าไปแล้วมันก็คือ ความต่อจาก ตอน “ตำนานรักดอกไม้” ที่เคยเล่าไปแล้วนั่นเอง เพราะเบื้องหลังของลาย Willow นี้ ยังมีเรื่องเล่าอันอื่นแฝงอยู่อีก

ข��งสะสมจากบ้าน��าจารย์กมล; Blue Willow Plate, Made in Japan
ของสะสมจากบ้านอาจารย์กมล; Blue Willow Plate, Made in Japan

ลาย Willow นี้ ไม่ใช่มีแค่เพียงเรื่องราวของความรักอันแสนจะอมตะของหนุ่มสาวชาวจีนเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กันอีกเรื่อง ที่มีการเล่าขานกันสืบมา โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวพันออกไปในแนวกำลังภายในตามแบบฉบับเจ้าของลาย ก็พอจะพูดได้เหมือนกัน เพราะว่า เป็นเรื่องที่เป็นผลมาจากการต่อสู้ แนวบู๊ ล้างผลาญ ตามตำนานของวัดเส้าหลินนั่นเอง

Blue Willow จากบ้าน��าจารย์กมล; มีจาน, ชาม, ถ้วย, ขวดพริกไทย, ขวดเกลื�� และจานหลุม
Blue Willow จากบ้านอาจารย์กมล; มีจาน, ชาม, ถ้วย, ขวดพริกไทย, ขวดเกลือ และจานหลุม

ครั้งเมื่อสมัยแมนจูเข้าเป็นผู้ปกครองในแผ่นดินจีน ได้ใช้อำนาจในการปราบปราม อย่างเหี้ยมโหดต่อผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แก่พวกสายปกครองอำนาจเก่า จากราชวงศ์ถัง พวกแมนจูได้ใช้กำลังปราบปรามพวกนี้อย่างเด็ดขาด และรุนแรงถึงชีวิต โดยกล่าวหาว่าเป็นพวกผิดกฎหมาย พวกข้าเก่าจากสายราชวงศ์ถัง และประชาชนที่จงรักภักดีที่ยังมีชีวิตอยู่ จะมีการจัดงานเฉลิมฉลอง เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิต และเตือนใจแก่ผู้ยังมีชีวิตอยู่ ให้คงยืนยัดต่อสู้ต่อไป เพื่อเผ่าพันธุ์ของตน

ผู้ปกครองชาวแมนจู ได้ทุบทิ้ง ทำลายรากเหง้าทางวัฒนธรรมต่างๆ อันเกิดเนื่องในสมัยผู้ปกครองยุคเก่าสมัยราชวงศ์ถังอย่างสิ้นเชิง ไม่เว้นแม้นแต่ศาสนสถานและศาสนวัตถุต่างๆ หรือแม้นกระทั่งภาชนะเครื่องใช้ที่เป็นลวดลาย Wilow ของดั้งเดิมแต่เก่าก่อนทั้งหมด ก็ถูกทุบทำลายจนสิ้น แต่ที่ยังคงมีเหลือให้เป็นที่นิยมกันอยู่นี้ ก็เนื่องมาจากการลักลอบขนย้ายบางส่วนไปยังอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 18 และได้นำกลับมายังประเทศจีนอีกครั้งในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยมีการผลิตในรูปแบบอุตสาหกรรมโดยโรงงานผู้ผลิตชื่อ “Famille Rose Porcelain”

โถข้าวจากบ้าน��าจารย์กมล, Made in England
โถข้าวจากบ้านอาจารย์กมล, Made in England

จากตำนานวัดเส้าหลิน ที่เล่าขานกันมานั้นมีว่า………..ชาวแมนจูได้ส่งกองกำลังจากสำนักพระราชวัง เข้าไปทำลายวัดเส้าหลิน และเผาวัดจนไม่เหลือซาก นักบวชในวัดถูกไฟคอกตายจนหมด และวิญญาณของนักบวชเหล่านี้ได้ล่องลอยไปยังเกาะแห่งความสุข

ลายแสดงภาพพระสามรูปบนสะพาน
ลายแสดงภาพพระสามรูปบนสะพาน

ภาพที่เห็นเป็นบุคคลสามคนบนสะพานนั้น ก็คือ พระสามรูปที่ยืนอยู่เพื่อรอคอยดวงวิญญาณของเหล่านักบวชวัดเส้าหลินที่ถูกฆ่าตาย และพระทั้งสามรูปนั้นก็คือ พระศากยมุนี พระพุทธเจ้าแห่งอดีต, พระศรีอาริยเมตรัย พระพุทธเจ้าแห่งอนาคต และ พระอมิตาภะ พระผู้รักษากฎจากสวรรค์ฝากตะวันตก ภาพด้านบนของนักบวชทั้งสาม ก็คือ เมือง Willow หรือสวรรค์ของพระพุทธเจ้า และนกพิราบสองตัวก็คือวิญญาณของนักบวชที่เดินทางจากโลกมนุษย์ ไปสู่นิพพาน

twinbirss

เรื่องราวของลาย Willow นี้ได้ให้อิทธิพลในการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมหลายอย่างแก่ นักสร้างสรรค์หลายท่าน เช่น ในปี 1901 มีผู้นำเรื่องราวของลายนี้ไปสร้างเป็นละครโอเปร่าแนวสนุกสนาน โดยใช้ชื่อเรื่องว่า “The Willow Pattern” ต่อมาในปี 1914 ได้สร้างเป็นหนังเงียบในชื่อ “Story of the Willow Pattern” นอกจากนี้ ในปี 1965 Robert Van Gulik ยังได้แนวคิดจากลวดลายนี้ ไปใช้ในงานเขียนนวนิยายจีน แนวสืบสวนสอบสวนของเขาชื่อ “The Willow Pattern” ด้วย

โรงงานที่ผลิตภาชนะลวดลายนี้มีอยู่ทั้งในอังกฤษ, ญี่ปุ่น, และอเมริกา ในชื่อผู้ผลิตที่ต่างกันไป เช่น
Alfred Meakin, Allerton, Blue Danube, Booths, Buffalo Pottery, Burleigh, Caughley, Churchill, Copeland, C&E, Doulton, EIT, Hancock, Heritage Mint, Homer Laughlin, J.Kent Ltd. Fenton, Johnson Brothers, L.Straus Shenango, Libertas, Maestrich Societe Ceramique; Holland, Moriyama, Noritake, Olde Alton, Old Rayal Doulton, Ridgway, Rington, Royal China, Royal Cuthbertson, และ Royal USA

ตราประทับด้านหลังจานหลุม Divided Plate, Moriyama, Made in Japan
ตราประทับด้านหลังจานหลุม Divided Plate, Moriyama, Made in Japan

ภาชนะพวกนี้จะมีตราประทับอยู่ด้านหลังบอกชื่อโรงงานและประเทศที่ผลิต ในกรณีที่พบว่าไม่มีตราประทับด้านหลังนั้น โดยส่วนมากแล้ว มักจะเป็นของที่ผลิตในญี่ปุ่น หรือ อเมริกา ซึ่งในบางครั้งพบว่าของญี่ปุ่นมักจะทำเป็นเพียงสติกเกอร์ติดที่ก้นภาชนะ และสติกเกอร์ได้หลุดลอกออกไป ส่วนของอเมริกานั้น Nakoi เองยังไม่เคยเจอที่มีสติกเกอร์ติด ในกรณีที่ไม่มีตราประทับด้านหลัง Nakoi จะสังเกตจากความละเอียดอ่อนประณีตของลาย ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าลวดลายของญี่ปุ่นจะมีความสวยงามมากกว่าของอเมริกา ตัวนกพิราบของญี่ปุ่น จะดูอวบอ้วน หัวกลมสวย มากว่า รวมทั้งเนื้อของภาชนะของอเมริกันจะมีความหยาบมากกว่า และหนากว่าของญี่ปุ่น ไม่ต้องพูดถึงของอังกฤษที่มักจะมีตราประทับอยู่ด้านหลังจานเสมอ ในปัจจุบันนี้ จีนเองก็หันกลับมาผลิตภาชนะลายนี้กันอย่างกว้างขวาง เพื่อการส่งออกเช่นกัน เนื่องจากลายนี้ยังคงครองความนิยมในหมู่ผู้บริโภคอยู่ และที่ประเทศที่เคยผลิตอย่างอังกฤษ, ญี่ปุ่น หรือแม้นแต่อเมริกา ต่างก็พากันย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นแถบเอเชียที่นอกเหนือจากจีน เช่น มาเลเซีย ซึ่งมีค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่า นั่นเอง

ขอขอบคุณท่านอาจารย์กมล ทัศนาญชลี ที่กรุณาอนุเคราะห์ภาชนะลาย Willow ที่อาจารย์สะสมไว้ให้ Nakoi ได้ถ่ายภาพมาให้ชมกันคะ

Living with the Things I Love ตอนตำนานรักดอกไม้บาน

Yes….Double Tough-Pyrex


ใช่…..มันทนทานยกกำลังสองเชียวหล่ะ…ไอ้เจ้าไพเร็กซ์เนี่ย…..

 

ถ้วยน้อยชุดใหม่ของ Pyrex ชุดนี้ Nakoi เพิ่งจะได้มาไม่กี่วันนี้เอง (วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2009) ชุดที่ได้มานี้มีด้วยกันสามใบ ด้านหลังของสองใบมีตราเขียนกำกับว่า Pyrex, Double Tough, Made in USA ส่วนอีกใบเขียนว่า Corning มีตราสัญลักษณ์ เป็นรูปคนส่องกล้องดูดาว และ Made in USA

 

ลายของถ้วยน้อยนี้ เป็นลายใหม่ที่ Nakoi ไม่เคยมีมาก่อน ก็เลยซื้อมาซะ ตัวถ้วยเป็นสีขาวขุ่นแบบ milk glass ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 ½” สูงจากก้นถึงขอบชาม 1 ½” ที่ปากถ้วยด้านบนแบนออก มีขอบกว้างประมาณ ¾ นิ้ว และมีลายที่บนขอบนี้ เป็นลายเส้นโค้งหักที่ปลายกลับมา และมีเส้นต่อเนื่องกันขนาน และล้อกันไปแบบเดียวกันโดยรอบถ้วย สีที่เห็นครั้งแรก Nakoi เข้าใจว่าเป็นสีน้ำตาล แต่พอถ่ายรูปออกมาอาจจะเห็นเป็นสีน้ำเงินหรือดำไปได้อีกนะ

 

Bowls, Pyrex, Double Tough, Made in USA
Bowls, Pyrex, Double Tough, Made in USA

 

หลังจากที่ได้ถ่ายรูปลง flickr ในกลุ่ม pyrex love แล้ว มีเพื่อนสมาชิกเข้ามาชม ทิ้งคำทักทาย และถามไถ่ว่า ลายนี้เป็นสีอะไร ทำให้ Nakoi เองก็ชักไม่แน่ใจ แต่หลังจากให้หลายๆ คนช่วยดูแล้วสรุปว่า ออกเป็นสีม่วงแดง แบบสี maroon และมีสมาชิกอีกท่าน นามว่า “Jeffpyrex” (เป็นผู้ร่วมทำหนังสือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสะสม Pyrex ร่วมกับ Barbara Mauzy ช่วยมาตอบข้อข้องใจให้ว่า ลายนี้มีชื่อว่า “Ruby Scroll”……ชัดเลยคะว่า…….. สีของลายนี้ ก็คงจะเป็นสีออกเฉดแดงเข้มแบบ maroon มากกว่าสีน้ำตาลที่Nakoi เข้าใจแต่แรก ส่วนปีที่ผลิตนั้น มีบางคนบอกว่าอยู่ในราวปี 1958

 

Double Tough Pyrex นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ในสายการผลิตประเภทภาชนะสำหรับอุตสาหกรรมการบริการประเภทร้านอาหาร (Pyrex Restaurant Ware) ของบริษัท Corning ที่เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่ปี 1930 ตัวภาชนะประเภทนี้จะมีความหนามากกว่าภาชนะถ้วยจานชามปกติ แต่ก็ยังมีน้ำหนักเบากว่าภาชนะประเภทเดียวกัน ที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายอื่นๆ ถึง 20% ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง ของ Pyrex และบริษัท Coring ก็ยังผลิตภาชนะประเภทนี้ให้แก่ลูกค้าเฉพาะรายที่สั่งทำพิเศษอีกด้วย เช่น Hilton Hotel และ Ponderosa Steak House เป็นต้น

Yes…Pyrex…Colonial Mint


วัน (เสาร์ที่ 17 มกราคม 2009) โชคดี….ได้มาเกือบทั้งชุด หลังจากที่พลาดจากหมู่บ้านใหญ่ แบบไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาสักอย่าง ระหว่างทางกลับเจอป้าย บ้านหลังนี้ขาย yard sale พอเลี้ยวรถเข้าไปเจอเต็มสองลูกกะตาเลย….มีหนึ่งใบหล่ะว้า…แต่พอเข้าไปในบ้าน ไอ้ครั้นจะเดินตรงดิ่งไปที่ชามเลย ก็กลัวเจ้าของจะรู้ เดี๋ยวขึ้นราคา ก็เดินเลี่ยงไปหยิบโน่นหยิบนี่ แล้วในที่สุดก็ตรงไปที่ชาม…แม่เจ้า…มีสอดไส้อีกสองใบ สรุปมาเป็นชุดเลยท่าน….

 

Nakoi: ขายเท่าไหร่คะ
คนขาย: สองเหรียญห้าสิบ
Nakoi: ใบละ หรือ ทั้งสามใบ
คนขาย: ทั้งสามใบนั่นแหละ

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด………..ในใจนะท่าน……….ดีใจจนเนื้อเต้น ใครเคยมีอาการแบบนี้คงจะรู้นะ

 

Pyrex ชุดนี้ เป็นชามชุดสามใบแบบไม่มีพวยเล็กใหญ่สองข้าง เป็นชามกลมธรรมดา ที่เรียกว่า “Mixing Bowl” สีน้ำเงินลายขาว และสีขาวลายน้ำเงิน ชื่อลายว่า “Colonial Mint” แต่ยังมีชื่ออื่นที่เรียกกันอีก เช่น French Daisy, Blue Daises, และ Blue Flowers

 

Pyrex-Colonial Mint #403, 402, and 401
Pyrex-Colonial Mint #403, 402, and 401

 

ตัวลายเป็นช่อดอกเดซี่พร้อมใบสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน และสีน้ำเงินบนพื้นสีขาว โดยที่ชามใบใหญ่สุด#403-2.5qt. จะเป็นสีน้ำเงินที่มีลายดอกสีขาว ใบรองลงไป #402-1.5qt. ลายสีน้ำเงินบนตัวชามสีขาว และใบเล็กสุด #401-1pint ลายสีขาวบนพื้นชามสีน้ำเงินเช่นเดียวกันกับใบใหญ่ โดยปกติของชามชุดกลมแบบนี้ จะมีสี่ใบ คือขนาดใหญ่สุด #404 จุ 4 qt. แต่ที่ได้มาชุดนี้มีแค่สามใบ Nakoi คิดไปเองว่าเขาอาจจะทำแตกไปหนึ่งใบ ลองไปหาดูตาม ebay ก็เห็นมีคนขายแต่คนขาย #403 และ #401 และมีขายเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ส่วน #404 ไม่มีใครขาย แถมที่มีขายก็ราคาค่อนข้างจะสูงด้วย คือ แพงสุดที่ราคาใบละ 40 เหรียญ ไม่รวมค่าส่ง จึงเป็นอันว่า ใบใหญ่ #404 สีขาวนี้ ยังคาใจ Nakoi อยู่ ได้ความว่าอย่างไร จะมาแจ้งให้ทราบแล้วกัน

 

ส่วนปีที่ผลิตนั้น เนื่องจากรายนี้ไม่ค่อยมีข้อมูลมากนัก และไม่มีใครบอกถึงปีที่ผลิตให้รู้เลย Nakoi ดูจากสัญลักษณ์ใต้ชาม เหมือนกับพวกลาย butterfly gold จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นช่วงปลายปี 60 ถึงต้นปี 70 เพราะมีตัวประทับว่าใช้ได้ปลอดภัยในไมโครเวฟ อันนี้ถ้าได้ข้อมูลปีผลิตที่ยืนยันแน่ชัด ก็จะแจ้งให้ทราบอีกเช่นกันคะ