คลังเก็บหมวดหมู่: ตลาด

หมี่ซั่ว…ชีวิตยืนยาว (ไม่มั่วซั่ว) ดุจเส้นหมี่


สำหรับคนที่ชื่นชอบการกินเส้นทั้งหลาย รวมทั้ง Nakoi เอง….ตามตำราจีนเขาเชื่อกันว่า “หมี่ซั่ว” กินแล้วชีวิตจะยืนยาวเหมือนเส้นหมี่ เป็นหมี่มงคล ที่จะทำทานกันในวันสำคัญ หรือวันมงคล เช่น ตรุษ สารท เป็นต้น ให้เป็นของฝากของขวัญ ก็เหมือนการอวยชัยให้พร ให้มีอายุมั่นขวัญยืนนะคะ….

มันเป็นของแน่อยู่แล้วว่าชื่อ “หมี่ซั่ว” ก็ต้องถูกนำเข้ามาจากเมืองจีน โดยคนจีนอย่างไม่ต้องสงสัย ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2490 โดยนำเข้ามาทำทานกันในครัวเรือน หลัวจากนั้นได้มีการผลิตออกจำหน่าย โดยที่หน้าซองมีตัวอักษรจีน ที่มีความหมายมงคล ที่หมายถึง อายุยืนยาว จึงทำให้ “หมี่ซั่ว” เป็นสัญลักษณ์ของความมีอายุยืนยาว

Nakoi มักจะผัดหมี่ซั่วเป็นประจำทุกปี ในช่วงตรุษจีน….แหม! มิน่าถึงได้อายุยืนมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อหลายเดือนก่อน มีโอกาสได้ไปเที่ยวตามชุมชนคนเมืองพิษณุโลก แล้วก็ได้ไปเจอโรงงานหมี่ซั่วมังกรคู่นี้เข้าให้ เป็นโรงงานดั้งเดิมชื่อ “ก. ศรีเจริญพานิช” ที่ยังใช้กรรมวิธีในการผลิตแบบชาวบ้านอยู่ค่ะ มันดูมีเสน่ห์ จน Nakoi รู้สึกว่า หมี่ซั่วโรงนี้จะต้องผัดออกมาได้อร่อยมากๆ แน่นอน

ก ศรีเจริญพานิช
โรงงานหมี่ซั่ว “มังกรคู่” พิษณุโลก

โรงงานที่ว่านี้ชื่อโรงงานหมี่ซั่วยี่ห้อ “มังกรคู่” เป็นโรงงานเก่าแก่ดั้งเดิมโรงแรกของจังหวัดพิษณุโลก ตัวหมี่ทำมาจากแป้งสาลี น้ำ และเกลือ ที่ผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำไปรีดเป็นแผ่น ก่อนทำให้เป็นเส้น แล้วนำไปนึ่ง ต่อด้วยตากจนแห้งก่อนบรรจุห่อ เพื่อเตรียมจำหน่ายต่อไป

แล้วก็ได้ซื้อฝากให้พี่นวลที่แอลเอไปสามห่อ ฝากให้อาจารย์อาร์ทไป ไม่รู้ว่าไปถึงแอลเอ หมี่ซั่ว จะกลายเป็นหมี่กรอบป่นไปหรือเปล่าคะพี่นวลขร้า…….

โฆษณา

ขนมวง….โดนัทไทยเมืองสองแคว


Thai Donut
ขนมวง

รู้สึกว่าเพิ่งเคยเห็นขนมนี้ครั้งแรกก็แถวเมืองพิษณุโลกนี่แหละค่ะ คนตั้งชื่อก็เข้าใจตั้งแบบง่ายๆ ตามลักษณะของขนมนะคะ ดูน่ารักดี คือมีลักษณะเป็นวงแหวนแบบโดนัทแต่เล็กจิ๋ว แบบกัดสบายปากไม่เลอะเทอะ หาซื้อได้ง่ายทั่วไปในทุกท้องที่ของจังหวัดพิษณุโลก แต่ของเขาก็มีเจ้าดังแบบชนิดที่เป็นที่นิยมของคนเมืองสองแควด้วยนะคะ…โปรดติดตามค่ะ

 

กระทะทอดขนมวง
น้ำมันเต็มกระทะ สำหรับทอดขนมวง

 

ขนมวงทอด
Thai Donuts ขนมวงหลังจากทอดเสร็จก่อนชุบน้ำตาลเคี่ยว

เดิมที่ Nakoi เข้าใจว่าขนมวงเนี่ย…..เป็นขนมไทยแท้พื้นถิ่นของชาวพิษณุโลก แต่ลองหาข้อมูลดูแล้ว ปรากฏว่าเป็นขนมพื้นถิ่นของชาวล้านนา นั่นก็หมายถึง จังหวัดแถบภาคเหนือตอนบน แต่คงจะอร่อยและเป็นที่นิยมมากจึงแพร่กระจายลงไปแถบภาคเหนือตอนล่างอย่างเช่น พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร และอื่นๆ ด้วย ถ้าใครมาแถบทางภาคเหนือตั้งแต่นครสวรรค์ขึ้นไป ก็เป็นอันว่า คงจะหาทานกันได้ในทุกท้องที่ บางครั้งชาวบ้านทางเหนือก็เรียก “ขนมวง” นี้ว่า “เข้าหนมวง” ส่วนไอ้คำว่า “เข้าหนม” หรือ “ข้าวหนม” เนี่ย ก็คือ ข้าวหวาน ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “ข้าวหวาน” กับ “ข้าวนม” จากการผสมกันของข้าวกับน้ำอ้อย หรือ น้ำตาล พอชาวบ้านพูดคำว่า “ข้าวหนม” ไปบ่อยๆ จึงเพี้ยนกลายเป็น “ขนม” ในที่สุด อันนี้ Nakoi ไม่ได้คิดเองนะคะ แต่ก็ฟังดูมีเหตุผล และเข้ากันได้ตามลักษณะและอุปนิสัยแบบไทยดี

 

น้ำตาลเคี่ยว (Thai Caramel) ใส่งา สำหรับชุบหรือโรยหน้าขนมวง
ขนมวงชุบน้ำตาลเคี่ยว

ขนมวงนี้มีส่วนผสมที่ดูแล้วทำได้ง่ายดายกว่าโดนัทฝรั่งเยอะเลยค่ะ ที่เห็นๆมาก็มีด้วยกันหลายสูตร ทั้งแบบโรยหน้าหรือเคลือบด้วยน้ำตาลเคี่ยว หรือคาลาเมลไทยนั่นแหละค่ะ กับแบบสอดไส้คาลาเมลไทยข้างในแป้ง (แถบเหนือตอนบน ของพวกไทยใหญ่) ส่วนตัวแป้งก็แค่ใช้แป้งข้าวเหนียวทั้งขาวและดำได้หมด ผสมกับกล้วยน้ำว้า หรือฟักทองบด ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ นิดหน่อย ตามระเบียบของขนมไทยแท้ ปั้นเป็นวงแหวน แล้วนำไปทอด พอสุก สะเด็ดน้ำมัน แล้วชุบหน้าด้านหนึ่งด้วยน้ำตาล หรือน้ำอ้อยเคี่ยว เป็นอันเสร็จ สูตรมีเยอะแยะ หาได้ง่ายตามเว็บไซด์ต่างๆ นะคะ เผื่อใครอยากลองทำดู สำหรับคนไม่ชอบทำ ก็หาซื้อทานเอาค่ะ มีขายทั่วไปอย่างที่บอกราคาไม่แพง อย่างร้านดังของชาวพิษณุโลก คือ “ขนมวงโบราณแม่แอ๊ด” สูตร ๓๐ ปีค่ะ

 

ขนมไข่เหี้ย ร้านแม่แอ๊ด
ขนมไข่เหี้ย

ร้านนี้ขายขนมวงกับขนมไข่เหี้ยลูกจิ๋ว ตั้งอยู่ที่ถนนริมน้ำด้านวัดจันทร์ตะวันออก (แต่อยู่หัวมุมคนละฝั่งถนนกับวัดนะคะ) ใครมีธุระปะปัง หรือผ่านไปแถวนั้นก็ลองแวะชิมกันได้นะคะ ที่ร้านนี้น้ำตาลโรยหน้า เขาใส่งาลงเป็นด้วย ช่วยเป็นตัวชูรสให้มีกลิ่นหอมอ่อนของงา เวลาเคี้ยวแล้วสะดุดเมล็ดงาเล็กๆ แหม! มันเพิ่มความอร่อยได้เหมือนกันแฮะ…… ร้านป้าแอ๊ดขายถุงละสิบบาท ยี่สิบบาท ใช้กระทงใบตองใส่รองให้ด้วย Nakoi ชอบมากกว่าใช้กระดาษหรือถาดโฟมรองค่ะ มันดูเป็นธรรมชาติ และบ้านๆ ดีค่ะ ขนมทอดใหม่ๆ กรอบนอกนุ่มในหวานหอมน้ำตาลและงา….อืมมมมมมมม

“ข้าวเหนียวสังขยาชาวนา”


หลังจากที่พยายามค้นหาอยู่สักพัก ก็ยังไม่ได้เรื่องราวอะไรเพิ่มเติม สำหรับขนมหวานชาวเมืองเก่าสุโขทัย รายการใหม่สำหรับน้าก้อย รายการนี้ “ข้าวเหนียวสังขยาชาวนา”

ปกติก็ชอบทานข้าวเหนียวสังขยาอยู่แล้ว แต่มาเจออันนี้มันแปลกออกไปนะคะ เป็นรายการขนมหวานอีกหนึ่งรายการในงาน “รอบรั้วเมืองพระร่วง…..” ที่ชาวเมืองเก่าสุโขทัย มีความยินดี และภูมิใจนำเสนอค่ะ…….ได้ชิมเรียบร้อยแล้วค่ะ ชอบค่ะ…..ชอบ แต่…ทำมั้ย…..ถึงไม่มีโอกาสได้สอบถามรายละเอียดกับคนทำเลย คิดไว้ว่าโอกาสหน้าถ้าได้กลับอีกครั้ง จะต้องสอบถามให้หายข้องใจซะหน่อย

หน้าสังขยาชาวนา อันประกอบไปด้วยตัวสังขยา หอมเจียว และมะพร้าวขูด
กระทงข้าวเหนียวโรยมะพร้าวขูด และกระทงสังขยาโรยหอมเจียว

ขนมนี้จะแยกออกเป็นสองส่วนค่ะ ส่วนแรกคือข้าวเหนียวมูล ที่มีรสชาติไม่หวานจัดนัก โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด อีกส่วนเป็นหน้าขนมที่เป็นเหมือนไข่คนในน้ำกะทิหวาน ซึ่งก็คงจะมีส่วนผสมของไข่ กะทิ และน้ำตาล นั่นเอง จึงทำให้ตัวขนมมีลักษณะไม่เป็นตัวเหมือนสังขยาทั่วไป และโรยหน้าด้วยหอมเจียวที่เป็นตัวชูรสและดับกลิ่นคาวไข่….(อันนี้น้าก้อยเข้าใจเอาเองนะคะ)……. โดยปกติสังขยาจะนึ่งเป็นก้อนๆ อยู่ตัว แต่สังขยาแบบนี้กลับมีลักษณะไม่อยู่ตัว เหมือนการคนไข่ในน้ำกะทิกับน้ำตาลให้สุก เวลารับประทานผู้ทำนำเสนอแยกให้เป็นสองกระทง คือ กระทงข้าวเหนียวโรยมะพร้าวขูดหนึ่งอัน และกระทงหน้าสังขยาโรยหอมเจียวอีกหนึ่งอัน เวลาทานให้ใช้มือค่ะ….เน้นว่า….ต้องใช้มือปั้นข้าวเหนียว แล้วก็จิ้มกับหน้าสังขยา เขาบอกว่าจะอร่อยมากกว่าการใช้ช้อนตักเข้าปาก อันนี้น้าก้อยไม่ได้ลองใช้มือปั้น ได้แต่ใช้ช้อนตักเข้าปาก….รสชาติของข้าวเหนียวมูล เมื่อเคี้ยวไปพร้อมกับมะพร้าวขูด จะมีความหอมมัน และเหนียวหนึบหนับนิดหน่อยแบบข้าวเหนียว ผสมไปกับกับตัวสังขยาที่มีความหวานมากกว่าข้าวเหนียว ปนกับกลิ่นหอม และความกรุ๊บกรับของหอมเจียว ที่ช่วยเพิ่มความขรุขระของตัวขนมในปาก…….อืมมมม…….ก็ยังอร่อยได้ขนาดนี้ ถ้าทำตามต้นตำรับคงจะได้รสชาติไปอีกแบบอย่างที่ชาวบ้านนำเสนอแน่เลย

อย่างที่บอก…..น้าก้อยไม่เคยรู้จักขนมรายการนี้มาก่อนเลย ขนาดถามคนโบร่ำโบราณอย่างน้าหมาย ก็ยังไม่ได้คำตอบเช่นกัน คงจะต้องลองถามพ่อแก่แม่เฒ่าแถวๆ นี้ดูอีกครั้ง หรือ ถ้ามีโอกาสได้ไปแถวเมืองเก่าอีกหล่ะก้อ…อย่างที่บอกไว้…จะต้องซักถามให้หายข้องใจให้ได้เชียว

“แดกงา” ขนมสัญชาติไทยแท้


เหนียว หนึบ หนับ นุ่มลิ้น….ด้วยรสชาติหอม หวาน มัน เค็ม แบบไม่จัด หน้าตาสีสัน ดูจริงใจ แบบมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นธรรมชาติ ไม่เสแสร้ง ด้วยสีออกเทาๆ แทนๆ…หลายคนบอกว่า ขนมชนิดนี้กลายเป็นของหายากไปซะแล้ว

น้าก้อยได้ยินชื่อของขนมไทย “แดกงา” เมื่อไม่นานมานี้ แต่เพิ่งมาได้รู้จักหน้าตาตัวจริง และได้ชิม….ก็เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ ธันวาคม ที่ผ่านมานี้เอง ในงานประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชนเมืองเก่า รอบอุทยาทประวัติศาสตร์สุโขทัย ชื่องาน “รอบรั้วเมืองพระร่วง” สานสายใยแห่งวัฒนธรรมชุมชน สืบค้นประวัติศาสตร์เมืองมรดกโลก ชื่องานออกจะยาวไปสักหน่อย ทำให้จำยาก แต่ก็ไม่ว่ากัน เพราะบรรยากาศภายในงานน่าประทับใจซะเหลือเกิน

ที่ว่าไปเจอขนมไทย “แดกงา” ในงานนี้ ก็เพราะว่า เขาจัดให้มีการออกร้านงานหัตถกรรม และสินค้าของชุมชน อันรวมทั้งอาหารไทยพื้นเมืองทั้งคาวและหวานของชาวสุโขทัย ในเขตชุมชนรอบเมืองเก่าด้วย แขกรับเชิญผู้เข้ามาร่วมงานทุกท่าน รวมทั้งน้าก้อยก็ได้ชิมอาหารไทยพื้นถิ่นกันอย่างเต็มอิ่ม จุใจ

ขนมสัญชาติไทยแท้ รายการนี้มีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว งาดำ น้ำตาล มะพร้าว ถั่วลิสง และ เกลือ ตามความเข้าใจของน้าก้อยแล้ว ขนมใดๆก็ตามที่มีส่วนผสมดังกล่าว ต้องจัดว่าเป็นขนมไทยแท้ทั้งสิ้น สำหรับชาวเมืองเก่าสุโขทัยนั้น นิยมทำขนมชนิดนี้ในพิธีทำขวัญข้าว หรือบางก็ว่าทำในประเพณีการทำขวัญผึ้ง ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านเก่าแก่ของหมู่บ้านโซกกระบาท ต.คีรีมาศ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ตามประวัติเล่าว่าในอดีตเมืองศรีคีรีมาศต้องส่งส่วยน้ำผึ้งทดแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน จนถึงสมัย ร. 5 จึงยกเลิกการส่งส่วยน้ำผึ้ง เป็นผลให้เกิดมีประเพณีการทำขวัญผึ้งเพื่อให้ผึ้งมาทำรัง ตามต้นไม้มากๆ ก่อนจะถึงวันทำพิธี ชาวบ้านจะช่วยกันเตรียมข้าวของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร สำหรับรังผึ้งปลอม และการทำขนม “แดกงา” ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ขาดเสียมิได้สำหรับงานประเพณีทำขวัญผึ้งนี้

คุณยายประคำ กล่องซู กำลังปั้นไส้ขนม

ในวันงาน “รอบรั้วเมืองพระร่วง” คุณยายประคำ กล่องซู่ แห่งชุมชนบ้านเหนือ เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ลงมือทำขนมนี้ โดยมีลูกๆ หลานๆ มาช่วยทำ คุณยายเล่าว่ามีอาชีพทำขนมขาย เพื่อเป็นอาชีพเสริม มาเป็นเวลานานหลายปีมากแล้ว จนเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชุมชน คุณยายจะทำขนมออกไปขายในตลาดตอนเช้าบริเวณข้างวัดตระพังทอง หรือบางครั้งก็มีลูกค้ามาซื้อถึงที่บ้าน และยังรับสั่งทำตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย นอกจากขนมแดกงาแล้ว คุณยายยังทำขนมไทยอื่นๆ อีก เช่น ขนมแตงโบราณ ขนมกลัวย เป็นต้น

ไส้ขนมแดกงา

ใครผ่านไปมาแถวชุมชนเมืองเก่า หรือตลาดเช้าข้างวัดตระพังทอง จะแวะไปอุดหนุนคุณยายประคำกันบ้าง ก็ถือว่าจะได้รับอรรถรสในการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งนะคะ