คลังเก็บป้ายกำกับ: My meals

Banana Pancake-กล้วยหอมปิ้ง


เช้านี้อากาศดีจิ๊งงงงงงงงงงงงงง

จะว่าชีวิตเริ่มยากขึ้นก็ไม่ใช่ซะทีเดียว บางทีมันก็ดูเหมือนง๊ายง่าย…เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อวานไปตลาดรถไฟตอนเย็นว่า ต้องหากล้วยหอมให้ได้สักหวี อยากทำแพนเค็ก แล้วก็ได้มาสมใจ (โอกาสหน้าจะถ่ายภาพตลาดรถไฟมาให้ชมนะคะ Nakoi ชอบไปซื้อผลไม้และผักแถวนั้น เพราะราคาสมเหตุสมผลค่ะ

เมื่อสัปดาห์ก่อนเห็นเพื่อนโพสต์คลิปทำแพนเค็กกล้วยหอม (ขอโทษด้วยนะคะที่จำไม่ได้ว่าเพื่อนคนไหน แต่ก็ขอขอบคุณมากค่ะที่ช่วยคิดเมนูอันแสนอร่อยดีพร้อมแบบนี้ให้) มันเหมาะจะเป็นอาหารเช้าอันแสนรวดเร็ว ง่ายดาย อิ่ม สะอาด และที่สำคัญอร่อยค่ะ

ตามสูตรที่เห็นในคลิปหรือในเว็บอื่นๆ ก็มีส่วนผสมหลักคือ กล้วยหอม และไข่ Nakoi ใช้กล้วยหอมขนาดเล็ก 5 ลูก ไข่เป็ดลูกโตหน่อยนะคะ 1 ฟอง (ไข่แดงสีสวยมาก) ขอเพิ่มใส่แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ และเนยแบบไม่เค็ม 1 ช้อนชา

BP13
กล้วยหอม และ เครื่องผสมแบบมือถือ

 

ไข่เป็ด
ไข่เป็ด

หั่นกล้วยเป็นแว่นๆ เลยค่ะ แล้วก็ตีๆ ด้วยเครื่องตีมือ จากนั้นก็ใส่ไข่ ใส่เนย แล้วก็ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน ง่ายมาก ไม่ถึงห้านาที

กล้วยหอม
กล้วยหั่นเป็นแว่น
ส่วนผสมแพนเค็กกล้วยหอม
ส่วนผสมกล้วยหอม ไข่ เนย และแป้งสาลี ที่ผสมกันดีแล้ว

แล้วก็เริ่มทอดแพนเค็กกันเลยค่ะ ใช้กระทะแบบเคลือบใส่เนยลงไปอีกสัก 1 ช้อนชา ทอดเป็นวงๆ จนเป็นสีออกน้ำตาลอ่อน….อะ…กลิ่นของกล้วยหอมกับเนยอ่อนโชยมาเลยค่ะ… เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ พร้อมตั้งโต๊ะได้เลย

Banana Pancake with Kiwifruit and Honey
เช้าวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2558 แพนเค็กกล้วยหอมราดหน้าด้วยกีวีและน้ำผึ้ง
Banana Pancake with Kiwifruit
ความหวานหอมของกล้วยตัดกันกับรสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ ของกีวี…อืมมมมม

ตักใส่จานพร้อมโปะหน้าด้วยกีวีหันเป็นแว่นๆ ราดน้ำผึ้งอีกหน่อย….อะ

ปล. Namai ต่อว่าต่อขาน  “ทำไมไม่ใส่กล้วยหอมให้ด้วย” หลังจากกินไปเกือบหมด ว่าแล้วก็ลุกขึ้นมาหยิบกล้วยหอมใส่เอง…ปัดโธ่เอ๋ย…ที่กินอยู่เนี่ยก็กล้วยหอมทั้งนั้น ยังจะใส่อีก

Double Banana
Double Banana…พิเศษกล้วย อร่อยดี

“อ้าว…ก็พี่ไม่รู้ คิดว่าเป็นแพนเค็กแป้ง” …ราดน้ำผึ้งอีกยังได้เลย…อืม…อร่อยดี พรุ่งนี้ขอแบบนี้อีกนะ

Advertisements

Hot & Sour Soup – กระเพาะปลาสูตรแก้มึน…555


Marcel Duchamp…เธอทำฉันมึนมากนะวันนี้

ขอพักยามบ่ายด้วยกระเพาะปลาสูตรแก้มึนของ Nakoi แล้วกันนะคะ

สำหรับกระเพาะปลาซื้อมาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนจากตลาดริมเมย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก…แหม..แหม…ไปซื้อซะไกลเชียว พร้อมด้วยเห็ดหอมแห้ง และขิง ส่วนดอกไม้จีน เยื่อไผ่มาพร้อมกับเมล็ดเก๋ากี้ เต้าหู้ หน่อไม้ (ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่นะคะ) แป้งข้าวโพด แล้วก็น้ำมันมะกอกสำหรับทอดหรือผัด (ขอย้ำว่าไม่ใช่ extra virgin นะคะ) หรือใครชอบน้ำมันหมูก็ใช้ได้ค่ะ ของเหล่านี้ก็หาได้จากตลาดทั่วไปนี่แหละค่ะ ส่วนผสมมีแค่นี้เอง..อะ อะ…ยังไม่รวมน้ำซอสปรุงรสนะคะ ก็ใช้ซีอิ๋วขาวเห็ดหอม ซีอิ๋วดำหวาน น้ำมันหอยเจ พริกไท พริกป่น พริกขี้หนู น้ำส้มสายชู…3 อย่างหลังเนี่ยเป็นเครื่องปรุงทางเลือกสำหรับคนชอบรสจัดนะคะ

หน่อไม้และดอกไม้จีนที่ผูกปมแล้ว
หน่อไม้และดอกไม้จีนที่ผูกปมแล้ว
กระเพาะปลา
กระเพาะปลา
เห็ดหอมแช่น้ำ
เห็ดหอมแช่น้ำ
เยื่อไผ่
เยื่อไผ่
กระเพาะปลาก่อนต้ม
กระเพาะปลาก่อนต้ม

Nakoi เริ่มลงมือด้วยการแช่เห็ดหอม พร้อมดอกไม้จีน พอนิ่มผูกปมดอกไม้จีนเข้า…มันดูสวยดีนะคะ เวลาเคี้ยวก็กรุบกรับดี แล้วก็หันเห็ดหอมเป็นชิ้นเล็กๆ ต่อจากนั้นก็หั่นเต้าหูเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าหรือผืนผ้าเล็กๆ อย่าลืมหั่นหน่อไม้เป็นเส้นยาวๆ บางๆ นะคะ ตามด้วยหันขิงเป็นแว่นๆ ใส่น้ำต้มให้เดือด ระหว่างรอน้ำเดือดให้ล้างเยื่อไผ่ในน้ำสักครั้ง

ต้มแว่นขิงให้เดือด
ต้มแว่นขิงให้เดือด

ใส่หน่อไม้ ดอกไม้จีนลงต้มในน้ำเดือด สักพัก ตักออกให้สะเด็ดน้ำ (อย่าตักขิงออกมานะคะ)

แล้วนำเยื่อไผ่ไปต้มในน้ำเดือด…อันนี้สำคัญมากนะคะ เพราะเวลาใส่เยื่อไผ่ลงในน้ำเดือด น้ำจะฟู่ขึ้นมาเหมือนผงซักฟอกเลยค่ะ ดูน่ากลัวกลิ่นก็เหมือนผงซักฟอกด้วย ไม่รู้เป็นเพราะว่าเขาใช้สารฟอกขาวกับเยื่อไผ่หรือเปล่านะคะ มีทางเลือกอีกทาง คือเลิกกินไปเลยท่าจะดีกว่า (เผอิญมีติดอยู่ที่บ้าน เลยตั้งใจว่าจะใช้ให้หมดไป)

หลังจากนั้นจึงต้มกระเพาะปลาในน้ำขิงต้มเดือด (หม้อใหม่นะคะ) ให้กระเพาะปลานิ่ม พร้อมกับไขมันและกลิ่นน้ำมันหลุดออกจากตัวกระเพาะปลาด้วย ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

ทอดเต้าหู้พอเหลือง
ทอดเต้าหู้พอเหลือง
คั่วเห็ดหอมให้หอมฟุ้ง
คั่วเห็ดหอมให้หอมฟุ้ง

ตั้งกระทะไฟร้อนกลางใส่น้ำมันไม่ต้องมาก พอให้เต้าหู้และเห็ดหอมดูดน้ำมันให้หมด จนเต้าหู้เหลืองอ่อน เห็ดหอมมีกลิ่นหอมโชยมา เติมน้ำลงไปในกระทะเลยค่ะ หลังจากนั้นจึงตั้งหม้อน้ำให้เดือดใส่เครื่องจากในกระทะลงในหม้อ แล้วจึงใส่เครื่องที่เหลือทั้งหมด คือ หน่อไม้ ดอกไม้จีน เยื่อไผ่ เมล็ดเก๋ากี้ที่ล้างน้ำแล้ว และกระเพาะปลาลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด แล้วเบาไฟอ่อน ปรุงรสด้วยซีอิ๋วขาว ซีอิ๋วดำหวาน น้ำมันหอยเจ พริกไท ชิมรสให้จัดสักหน่อย หรือตามชอบเลยค่ะ

ใส่ทุกอย่างต้มรวมกัน
ใส่ทุกอย่างต้มรวมกัน

เตรียมแป้งข้าวโพดละลายน้ำไว้ให้พร้อมนะคะ พอหม้อต้มเดือดอีกครั้งก็ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไปได้เลยค่ะ ให้ได้ความข้นพอประมาณ หรือแล้วแต่ชอบ เบาไฟสักพัก เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ปรุงรสเรียบร้อยพร้อมกินได้เลยจ้ะ
ปรุงรสเรียบร้อยพร้อมกินได้เลยจ้ะ

ตักใส่ชามพร้อมโรยหน้าด้วยพริกไท กระเทียมเจียว ผักชีต้นหอม ปรุงรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม ตามใจชอบ…แต่ Nakoi ถนัดจืดคะ ซดร้อนๆ เป็นอาหารมื้อเย็นที่ทำให้หลับสบาย คลายเครียดจาก Marcel Duchamp ได้เป็นอย่างดีค่ะ

แถมท้ายอีกนิด…ด้วยประโยชน์ของกระเพาะปลาหม้อนี้ เมล็ดเก๋ากี้ เขาว่าช่วยชลอวัย ลดน้ำตาลในเลือด ทำให้ดวงตากระจ่างสว่างไสว เอ๊ะ…จะจริงมั้ยหนอ…แต่ที่แน่ๆ คือ อิ่มค่ะ

หมี่ซั่ว…ชีวิตยืนยาว (ไม่มั่วซั่ว) ดุจเส้นหมี่


สำหรับคนที่ชื่นชอบการกินเส้นทั้งหลาย รวมทั้ง Nakoi เอง….ตามตำราจีนเขาเชื่อกันว่า “หมี่ซั่ว” กินแล้วชีวิตจะยืนยาวเหมือนเส้นหมี่ เป็นหมี่มงคล ที่จะทำทานกันในวันสำคัญ หรือวันมงคล เช่น ตรุษ สารท เป็นต้น ให้เป็นของฝากของขวัญ ก็เหมือนการอวยชัยให้พร ให้มีอายุมั่นขวัญยืนนะคะ….

มันเป็นของแน่อยู่แล้วว่าชื่อ “หมี่ซั่ว” ก็ต้องถูกนำเข้ามาจากเมืองจีน โดยคนจีนอย่างไม่ต้องสงสัย ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2490 โดยนำเข้ามาทำทานกันในครัวเรือน หลัวจากนั้นได้มีการผลิตออกจำหน่าย โดยที่หน้าซองมีตัวอักษรจีน ที่มีความหมายมงคล ที่หมายถึง อายุยืนยาว จึงทำให้ “หมี่ซั่ว” เป็นสัญลักษณ์ของความมีอายุยืนยาว

Nakoi มักจะผัดหมี่ซั่วเป็นประจำทุกปี ในช่วงตรุษจีน….แหม! มิน่าถึงได้อายุยืนมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อหลายเดือนก่อน มีโอกาสได้ไปเที่ยวตามชุมชนคนเมืองพิษณุโลก แล้วก็ได้ไปเจอโรงงานหมี่ซั่วมังกรคู่นี้เข้าให้ เป็นโรงงานดั้งเดิมชื่อ “ก. ศรีเจริญพานิช” ที่ยังใช้กรรมวิธีในการผลิตแบบชาวบ้านอยู่ค่ะ มันดูมีเสน่ห์ จน Nakoi รู้สึกว่า หมี่ซั่วโรงนี้จะต้องผัดออกมาได้อร่อยมากๆ แน่นอน

ก ศรีเจริญพานิช
โรงงานหมี่ซั่ว “มังกรคู่” พิษณุโลก

โรงงานที่ว่านี้ชื่อโรงงานหมี่ซั่วยี่ห้อ “มังกรคู่” เป็นโรงงานเก่าแก่ดั้งเดิมโรงแรกของจังหวัดพิษณุโลก ตัวหมี่ทำมาจากแป้งสาลี น้ำ และเกลือ ที่ผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำไปรีดเป็นแผ่น ก่อนทำให้เป็นเส้น แล้วนำไปนึ่ง ต่อด้วยตากจนแห้งก่อนบรรจุห่อ เพื่อเตรียมจำหน่ายต่อไป

แล้วก็ได้ซื้อฝากให้พี่นวลที่แอลเอไปสามห่อ ฝากให้อาจารย์อาร์ทไป ไม่รู้ว่าไปถึงแอลเอ หมี่ซั่ว จะกลายเป็นหมี่กรอบป่นไปหรือเปล่าคะพี่นวลขร้า…….

ถั่วน้องก้อย


Nakoi เป็นคนชอบกินขนมถั่วกวนเป็นพิเศษ ตอนเด็กๆ มักจะซื้อขนมถั่วกวนจากรถเข็นขนมหวานที่ขายตามตลาด แต่ช่วงหลังๆ รู้สึกว่าจะหาซื้อหากินได้ยากกว่าสมัยก่อนนะคะ….

ถั่วกวน ถั่วพิมพ์
ถั่วกวน ถั่วพิมพ์

แต่เมื่อวานนี้ตอนกลางวันไปหาก๊วยเตี๋ยวที่ใส่ท้องที่ตึกคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แวะซื้อน้ำร้านข้างร้านก๊วยเตี๋ยว ตาเหลือบไปเห็นขนมถั่วกวน หรือถั่วพิมพ์ใส่ซองขาย มียี่ห้อที่สะดุดตามาก เขียนไว้ว่า “ถั่วน้องก้อย” โอ้โห! มันโดนมากเลยนะคะ อะไรจะขนาดนั้น….ไม่ซื้อไม่ได้แล้วค่ะ หน้าตาของห่อขนมดูเป็นแบบขนมสมัยเมื่อตอน Nakoi เด็กๆ สัญญลักษณ์ของยี่ห้อขนมเป็นรูปเด็กหญิงพนมมือ เกล้าผมมวยปักปิ่น แบบเด็กสมัยโบราณ เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของพิษณุโลกค่ะ………Nakoi เห็นว่ามีขนมอยู่สองห่อ เลยซื้อมาหนึ่งห่อ ราคาห้าบาท….แจ๋ว….รสชาดใช่ได้เลยค่ะ…..ต้องหันหลังกลับไปซื้อถุงที่เหลือมาอีก จะเอาไปให้ Namai ชิม และชมเป็นพยาน Nakoi เก็บห่อขนมไว้ด้วยนะคะ เพราะที่หน้าห่อมีเบอร์โทรศัพท์ผู้ผลิต ตั้งใจว่าจะไปหาซื้อฝากน้องๆ หลานๆ เพื่อนๆ ด้วยนะ ก็แหม! มันเป็น “ถั่วน้องก้อย” นี่หน่า

ขนมวง….โดนัทไทยเมืองสองแคว


Thai Donut
ขนมวง

รู้สึกว่าเพิ่งเคยเห็นขนมนี้ครั้งแรกก็แถวเมืองพิษณุโลกนี่แหละค่ะ คนตั้งชื่อก็เข้าใจตั้งแบบง่ายๆ ตามลักษณะของขนมนะคะ ดูน่ารักดี คือมีลักษณะเป็นวงแหวนแบบโดนัทแต่เล็กจิ๋ว แบบกัดสบายปากไม่เลอะเทอะ หาซื้อได้ง่ายทั่วไปในทุกท้องที่ของจังหวัดพิษณุโลก แต่ของเขาก็มีเจ้าดังแบบชนิดที่เป็นที่นิยมของคนเมืองสองแควด้วยนะคะ…โปรดติดตามค่ะ

 

กระทะทอดขนมวง
น้ำมันเต็มกระทะ สำหรับทอดขนมวง

 

ขนมวงทอด
Thai Donuts ขนมวงหลังจากทอดเสร็จก่อนชุบน้ำตาลเคี่ยว

เดิมที่ Nakoi เข้าใจว่าขนมวงเนี่ย…..เป็นขนมไทยแท้พื้นถิ่นของชาวพิษณุโลก แต่ลองหาข้อมูลดูแล้ว ปรากฏว่าเป็นขนมพื้นถิ่นของชาวล้านนา นั่นก็หมายถึง จังหวัดแถบภาคเหนือตอนบน แต่คงจะอร่อยและเป็นที่นิยมมากจึงแพร่กระจายลงไปแถบภาคเหนือตอนล่างอย่างเช่น พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร และอื่นๆ ด้วย ถ้าใครมาแถบทางภาคเหนือตั้งแต่นครสวรรค์ขึ้นไป ก็เป็นอันว่า คงจะหาทานกันได้ในทุกท้องที่ บางครั้งชาวบ้านทางเหนือก็เรียก “ขนมวง” นี้ว่า “เข้าหนมวง” ส่วนไอ้คำว่า “เข้าหนม” หรือ “ข้าวหนม” เนี่ย ก็คือ ข้าวหวาน ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “ข้าวหวาน” กับ “ข้าวนม” จากการผสมกันของข้าวกับน้ำอ้อย หรือ น้ำตาล พอชาวบ้านพูดคำว่า “ข้าวหนม” ไปบ่อยๆ จึงเพี้ยนกลายเป็น “ขนม” ในที่สุด อันนี้ Nakoi ไม่ได้คิดเองนะคะ แต่ก็ฟังดูมีเหตุผล และเข้ากันได้ตามลักษณะและอุปนิสัยแบบไทยดี

 

น้ำตาลเคี่ยว (Thai Caramel) ใส่งา สำหรับชุบหรือโรยหน้าขนมวง
ขนมวงชุบน้ำตาลเคี่ยว

ขนมวงนี้มีส่วนผสมที่ดูแล้วทำได้ง่ายดายกว่าโดนัทฝรั่งเยอะเลยค่ะ ที่เห็นๆมาก็มีด้วยกันหลายสูตร ทั้งแบบโรยหน้าหรือเคลือบด้วยน้ำตาลเคี่ยว หรือคาลาเมลไทยนั่นแหละค่ะ กับแบบสอดไส้คาลาเมลไทยข้างในแป้ง (แถบเหนือตอนบน ของพวกไทยใหญ่) ส่วนตัวแป้งก็แค่ใช้แป้งข้าวเหนียวทั้งขาวและดำได้หมด ผสมกับกล้วยน้ำว้า หรือฟักทองบด ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ นิดหน่อย ตามระเบียบของขนมไทยแท้ ปั้นเป็นวงแหวน แล้วนำไปทอด พอสุก สะเด็ดน้ำมัน แล้วชุบหน้าด้านหนึ่งด้วยน้ำตาล หรือน้ำอ้อยเคี่ยว เป็นอันเสร็จ สูตรมีเยอะแยะ หาได้ง่ายตามเว็บไซด์ต่างๆ นะคะ เผื่อใครอยากลองทำดู สำหรับคนไม่ชอบทำ ก็หาซื้อทานเอาค่ะ มีขายทั่วไปอย่างที่บอกราคาไม่แพง อย่างร้านดังของชาวพิษณุโลก คือ “ขนมวงโบราณแม่แอ๊ด” สูตร ๓๐ ปีค่ะ

 

ขนมไข่เหี้ย ร้านแม่แอ๊ด
ขนมไข่เหี้ย

ร้านนี้ขายขนมวงกับขนมไข่เหี้ยลูกจิ๋ว ตั้งอยู่ที่ถนนริมน้ำด้านวัดจันทร์ตะวันออก (แต่อยู่หัวมุมคนละฝั่งถนนกับวัดนะคะ) ใครมีธุระปะปัง หรือผ่านไปแถวนั้นก็ลองแวะชิมกันได้นะคะ ที่ร้านนี้น้ำตาลโรยหน้า เขาใส่งาลงเป็นด้วย ช่วยเป็นตัวชูรสให้มีกลิ่นหอมอ่อนของงา เวลาเคี้ยวแล้วสะดุดเมล็ดงาเล็กๆ แหม! มันเพิ่มความอร่อยได้เหมือนกันแฮะ…… ร้านป้าแอ๊ดขายถุงละสิบบาท ยี่สิบบาท ใช้กระทงใบตองใส่รองให้ด้วย Nakoi ชอบมากกว่าใช้กระดาษหรือถาดโฟมรองค่ะ มันดูเป็นธรรมชาติ และบ้านๆ ดีค่ะ ขนมทอดใหม่ๆ กรอบนอกนุ่มในหวานหอมน้ำตาลและงา….อืมมมมมมมม