คลังเก็บป้ายกำกับ: Pyrex

Wow! Hunting Pyrex “ Old Orchard” 1960


เอาใจช่วยน้องจอยในการตามล่าหาไพเร็กซ์ (Pyrex) นะคะ

 

เมื่อเดือนที่แล้ว น้องจอยส่งรูปชามไพเร็กซ์ที่เพิ่งจะได้จากการาจเซลล์ (Garage Sale) มาให้ดูคะ เป็นไพเร็กซ์ชุดแรกของเธอคะ

 

น้องจอยเป็นรุ่นน้องเรียนจากโรงเรียนประถม, มัธยม, และมหาวิทยาลัย เดียวกันมาคะ และแถมเป็นคนบ้านเดียวกันอีกด้วยนะคะ คือ แถวฝั่งธนบุรีคะ เราเพิ่งจะได้รู้จักกันเมื่อปลายปีที่แล้วเห็นจะได้ ในฮิห้าโลกออนไลน์คะ คุยกันไปคุยกันมาอยู่หลายเดือนถึงได้รู้ความจริงข้อนี้….Nakoi ดีใจเหมือนได้เจอญาติ จากนั้นก็เริ่มชักชวนให้รู้จักกับไพเร็กซ์ซะ…….อันที่จริงแล้วเพียงแค่ต้องการจะถามหาแหล่งของชอบแถวบ้านน้องจอย (แถวโอเรกอน) ตะหาก ว่ามีมากน้อยขนาดไหน และราคาเป็นอย่างไร แต่มันก็ดันไปทำให้น้องจอยสนใจ และเริ่มอยากจะหาให้ Nakoi คะ

 

เมื่อช่วงวันหยุด Memorial day ที่ผ่านมา เธอก็ชักชวนกันกับคุณแม่ของเธอออกตระเวนตามบ้านคน แล้วก็เจอเข้าให้จนได้คะ แถมได้ในราคาถูกเหมือนได้เปล่าอีกต่างหาก งวดนั้นเธอได้มาทั้งหมด 5 ใบด้วยกัน เป็น Nesting bowl (Mixing bowl ก็เรียก) ซะ 4 ใบ ส่วนอีกหนึ่งใบเล็กเป็นถ้วยซุปที่เป็นประเภท Tableware

 

Pyrex ชุดสามใบ Old Orchad, #401 Forest Mushroom, และถ้วยซุป Copper Filigree
Pyrex ชุดสามใบ Old Orchad, #401 Forest Mushroom, และถ้วยซุป Copper Filigree ถ่ายภาพโดย "น้องจอย"

 

ลายที่ได้มาเป็นชุด nesting bowl สามใบ ชื่อลาย “Old Ochard” ตัวลายเป็นรูปพวงผลไม้ต่างๆ มีทั้งองุ่น, แอ๊บเปิ้ล, ลูกแพร, เชอร์รี่, ลูกพีช สีน้ำตาลเข้ม บนพื้นสีทึบน้ำตาลอมส้มแบบไล่โทนสี ที่ฝรั่งเรียกว่า gold-brown บางก็เรียกชื่อลายนี้ว่า “Orchard”, “butterscotch”, หรือ “brown fruit” ลายนี้เริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1960 ชุดสามใบของน้องจอยนี้มี #401 (750 ml), #402-1.5 L., และ #403-2.5 L.

 

ส่วนใบเล็กอีกใบ#401 ลาย Forest Fancies หรือที่ nakoi มักจะเรียกว่าลายเห็ดนั้น เป็นลายที่เริ่มผลิตในปี 1983 ตัวลายจะเป็นสารพัดเห็ดสีน้ำตาลแก่บนพื้นหลังสีน้ำตาลอ่อน ใบนี้เป็นใบเล็กสุดในชุดสามใบของลายนี้ บางคนก็เรียกลายนี้ว่า “Forest mushrooms” หรือ “Brown Forest” ก็มี

 

ถ้วยใบเล็กสุดน่าจะเป็นถ้วยซุปใบนี้ (ใบบนสุดในรูป) เป็นลายมาตรฐานทั่วไปของไพเร็กซ์ในประเภทที่เรียกว่า Tableware ชื่อว่าลาย “Copper Filigree” ตัวลายเป็นลายช่อม้วนเข้าออกแบบที่เรียกว่า scrollwork สีน้ำตาลออกทองแดง อยู่ตามส่วนขอบภาชนะ ลายนี้มีหลายชื่อเช่นกัน มีทั้งที่เรียกว่า  Brown Filigree, Brown Scroll, Brown Floral, และอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต ซึ่งรวมทั้งบริษัท Anchor Hocking ที่ผลิตแก้วรายใหญ่ของอเมริกาด้วย

 

ดีใจกับน้องจอยด้วยคะ ที่ไพเร็กซ์ได้เริ่มมาเพาะเชื้อในบ้านน้องแล้วคะ ขอให้สนุกสนานกับการตามล่าหาไพเร็กซ์นะคะ แล้วเอามาอวด nakoi อีกนะคะ

โฆษณา

Yes….Double Tough-Pyrex


ใช่…..มันทนทานยกกำลังสองเชียวหล่ะ…ไอ้เจ้าไพเร็กซ์เนี่ย…..

 

ถ้วยน้อยชุดใหม่ของ Pyrex ชุดนี้ Nakoi เพิ่งจะได้มาไม่กี่วันนี้เอง (วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2009) ชุดที่ได้มานี้มีด้วยกันสามใบ ด้านหลังของสองใบมีตราเขียนกำกับว่า Pyrex, Double Tough, Made in USA ส่วนอีกใบเขียนว่า Corning มีตราสัญลักษณ์ เป็นรูปคนส่องกล้องดูดาว และ Made in USA

 

ลายของถ้วยน้อยนี้ เป็นลายใหม่ที่ Nakoi ไม่เคยมีมาก่อน ก็เลยซื้อมาซะ ตัวถ้วยเป็นสีขาวขุ่นแบบ milk glass ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 ½” สูงจากก้นถึงขอบชาม 1 ½” ที่ปากถ้วยด้านบนแบนออก มีขอบกว้างประมาณ ¾ นิ้ว และมีลายที่บนขอบนี้ เป็นลายเส้นโค้งหักที่ปลายกลับมา และมีเส้นต่อเนื่องกันขนาน และล้อกันไปแบบเดียวกันโดยรอบถ้วย สีที่เห็นครั้งแรก Nakoi เข้าใจว่าเป็นสีน้ำตาล แต่พอถ่ายรูปออกมาอาจจะเห็นเป็นสีน้ำเงินหรือดำไปได้อีกนะ

 

Bowls, Pyrex, Double Tough, Made in USA
Bowls, Pyrex, Double Tough, Made in USA

 

หลังจากที่ได้ถ่ายรูปลง flickr ในกลุ่ม pyrex love แล้ว มีเพื่อนสมาชิกเข้ามาชม ทิ้งคำทักทาย และถามไถ่ว่า ลายนี้เป็นสีอะไร ทำให้ Nakoi เองก็ชักไม่แน่ใจ แต่หลังจากให้หลายๆ คนช่วยดูแล้วสรุปว่า ออกเป็นสีม่วงแดง แบบสี maroon และมีสมาชิกอีกท่าน นามว่า “Jeffpyrex” (เป็นผู้ร่วมทำหนังสือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสะสม Pyrex ร่วมกับ Barbara Mauzy ช่วยมาตอบข้อข้องใจให้ว่า ลายนี้มีชื่อว่า “Ruby Scroll”……ชัดเลยคะว่า…….. สีของลายนี้ ก็คงจะเป็นสีออกเฉดแดงเข้มแบบ maroon มากกว่าสีน้ำตาลที่Nakoi เข้าใจแต่แรก ส่วนปีที่ผลิตนั้น มีบางคนบอกว่าอยู่ในราวปี 1958

 

Double Tough Pyrex นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ในสายการผลิตประเภทภาชนะสำหรับอุตสาหกรรมการบริการประเภทร้านอาหาร (Pyrex Restaurant Ware) ของบริษัท Corning ที่เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่ปี 1930 ตัวภาชนะประเภทนี้จะมีความหนามากกว่าภาชนะถ้วยจานชามปกติ แต่ก็ยังมีน้ำหนักเบากว่าภาชนะประเภทเดียวกัน ที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายอื่นๆ ถึง 20% ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง ของ Pyrex และบริษัท Coring ก็ยังผลิตภาชนะประเภทนี้ให้แก่ลูกค้าเฉพาะรายที่สั่งทำพิเศษอีกด้วย เช่น Hilton Hotel และ Ponderosa Steak House เป็นต้น

Yes…Pyrex…Colonial Mint


วัน (เสาร์ที่ 17 มกราคม 2009) โชคดี….ได้มาเกือบทั้งชุด หลังจากที่พลาดจากหมู่บ้านใหญ่ แบบไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาสักอย่าง ระหว่างทางกลับเจอป้าย บ้านหลังนี้ขาย yard sale พอเลี้ยวรถเข้าไปเจอเต็มสองลูกกะตาเลย….มีหนึ่งใบหล่ะว้า…แต่พอเข้าไปในบ้าน ไอ้ครั้นจะเดินตรงดิ่งไปที่ชามเลย ก็กลัวเจ้าของจะรู้ เดี๋ยวขึ้นราคา ก็เดินเลี่ยงไปหยิบโน่นหยิบนี่ แล้วในที่สุดก็ตรงไปที่ชาม…แม่เจ้า…มีสอดไส้อีกสองใบ สรุปมาเป็นชุดเลยท่าน….

 

Nakoi: ขายเท่าไหร่คะ
คนขาย: สองเหรียญห้าสิบ
Nakoi: ใบละ หรือ ทั้งสามใบ
คนขาย: ทั้งสามใบนั่นแหละ

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด………..ในใจนะท่าน……….ดีใจจนเนื้อเต้น ใครเคยมีอาการแบบนี้คงจะรู้นะ

 

Pyrex ชุดนี้ เป็นชามชุดสามใบแบบไม่มีพวยเล็กใหญ่สองข้าง เป็นชามกลมธรรมดา ที่เรียกว่า “Mixing Bowl” สีน้ำเงินลายขาว และสีขาวลายน้ำเงิน ชื่อลายว่า “Colonial Mint” แต่ยังมีชื่ออื่นที่เรียกกันอีก เช่น French Daisy, Blue Daises, และ Blue Flowers

 

Pyrex-Colonial Mint #403, 402, and 401
Pyrex-Colonial Mint #403, 402, and 401

 

ตัวลายเป็นช่อดอกเดซี่พร้อมใบสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน และสีน้ำเงินบนพื้นสีขาว โดยที่ชามใบใหญ่สุด#403-2.5qt. จะเป็นสีน้ำเงินที่มีลายดอกสีขาว ใบรองลงไป #402-1.5qt. ลายสีน้ำเงินบนตัวชามสีขาว และใบเล็กสุด #401-1pint ลายสีขาวบนพื้นชามสีน้ำเงินเช่นเดียวกันกับใบใหญ่ โดยปกติของชามชุดกลมแบบนี้ จะมีสี่ใบ คือขนาดใหญ่สุด #404 จุ 4 qt. แต่ที่ได้มาชุดนี้มีแค่สามใบ Nakoi คิดไปเองว่าเขาอาจจะทำแตกไปหนึ่งใบ ลองไปหาดูตาม ebay ก็เห็นมีคนขายแต่คนขาย #403 และ #401 และมีขายเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ส่วน #404 ไม่มีใครขาย แถมที่มีขายก็ราคาค่อนข้างจะสูงด้วย คือ แพงสุดที่ราคาใบละ 40 เหรียญ ไม่รวมค่าส่ง จึงเป็นอันว่า ใบใหญ่ #404 สีขาวนี้ ยังคาใจ Nakoi อยู่ ได้ความว่าอย่างไร จะมาแจ้งให้ทราบแล้วกัน

 

ส่วนปีที่ผลิตนั้น เนื่องจากรายนี้ไม่ค่อยมีข้อมูลมากนัก และไม่มีใครบอกถึงปีที่ผลิตให้รู้เลย Nakoi ดูจากสัญลักษณ์ใต้ชาม เหมือนกับพวกลาย butterfly gold จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นช่วงปลายปี 60 ถึงต้นปี 70 เพราะมีตัวประทับว่าใช้ได้ปลอดภัยในไมโครเวฟ อันนี้ถ้าได้ข้อมูลปีผลิตที่ยืนยันแน่ชัด ก็จะแจ้งให้ทราบอีกเช่นกันคะ

Yes….enjoy it with Pyrex


หลังจากห่างหายจากของรักอย่าง Pyrex ไปซะหลายเพลา…วันนี้ขอกลับมาชื่นชมอย่างออกนอกหน้าอีกครั้งนะคะ….เพราะว่าใกล้กับเทศกาลรื่นเริงแล้ว…และบังเอิญไปได้ชามใบนี้มาจากร้านขายของเก่าแถวๆ บ้าน แถมราคาก็เร้าใจอีกด้วย…..

 

Nakoi ดีใจจนออกนอกหน้าสำหรับชาม Oval casserole ใบนี้….มันอยู่ในสภาพดีมากเลยทีเดียว สีสันสดใส พร้อมมีฝาครบครัน อย่างที่นานๆ จะได้เจอแบบเกือบเต็มชุดเช่นนี้ (เพราะเข้าใจว่าน่าจะขายคู่กับตะแกรงรองแบบมีหูจับ พร้อมหลุมใส่เทียนสำหรับอุ่นอาหาร เพื่อใช้ในงานเลี้ยง)

 

Golden Poinsettias Oval Casselore #045
Golden Poinsettias Oval Casselore #045

 

Oval Casserole ขนาด # 045 ความจุ 2.5 qt.  ชื่อว่าลาย Golden Poinsettias  เข้าใจว่าน่าจะเป็นรุ่น Christmas Promotion ส่วนลวดลายนั้นจะเป็นลายใบไม้ ลูกไม้ ผสมกับดอก poinsettias ที่ดูคล้ายกับ Snow flaxe สีทองบนพื้นสีแดงสด ส่วนฝาจะเป็นฝาแก้วใส ที่มีลายสีทองเช่นเดียวกัน

 

จริงๆ แล้ว Nakoi พยายามหารายละเอียดของลายนี้อยู่นาน แต่ก็ยังไม่ได้รายละเอียดที่ชัดเจนซักที มีลายที่ใกล้เคียงกันทั้งสี และลาย ชื่อลาย Golden Leaf ที่มีลายเป็นกิ่งสน ลูกสนสีทอง บนพื้นสีแดง เช่นกัน และชามรุ่นนี้ได้ผลิต และออกวางจำหน่ายในปี 1961 (อายุมากกว่า Nakoi ซะอีกนะ) และอีกลายหนึ่งชื่อ Golden Pine promation ที่มีลวดลายเป็นกิ่งสน สีทองบนพื้นสีขาว ซึ่งผลิตในปีเดียวกันนี้ เพื่อใช้ในช่วงเทศกาลรื่นเริง และเรียกรุ่นพวกนี้ว่าชุด  Holiday Promotion………

 

จากลวดลาย และสีสันที่ออกแบบมา และรูปลักษณะของภาชนะ…….คิดว่า ลาย Poinsettias นี้จึงน่าจะผลิตออกมาในปีเดียวกัน คือ ปี 1961  สำหรับเทศกาลงานรื่นเริงเช่นกันคะ

Pyrex…Go Green…Go Crazy (Daisy)


เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ต้องออกไปซื้อปูนปลาสเตอร์แต่เช้า เพื่อมาทำงานส่งลูกค้า ขากลับดันผ่านบ้านคนในหมู่บ้านเดียวกันเปิดโรงรถขายของ (Garage Sale) พี่หมายเลยชวนแวะไปดู เราก็ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ของชอบปฏิเสธได้ไง แล้วก็เจอ Pyrex เข้าให้…จนได้

 

Green Oval Casserole Pyrex in Crazy Daisy and Verde Olive Berries
Green Oval Casserole Pyrex in Crazy Daisy and Verde Olive Berries

 

Pyrex ที่เจอเป็นชามแบบที่เรียกว่า Oval Casserole สีเขียวทั้งสามใบพร้อมฝาเสร็จสรรพ สภาพดีเยี่ยม ใบใหญ่เป็น 2 ½ Qt. Oval Casserole# 945 ลาย Crazy Daisy ใบที่สองเป็นลายเดียวกันแต่เป็นขนาด 1.5 Qt. Crazy Daisy Oval Casserole# 943 และใบสุดท้ายเป็นลาย Verde Olive Berries ขนาด 1.5 Qt. Oval Casserole เหมือนกัน

 

 

 

ลาย Crazy Daisy มีชื่อเรียกหลายชื่อ ตั้งแต่ Spring Blossom Green, Daisy Flowers, Daisies, Lazy Daisy มีทั้งที่เป็นตัวลายสีเขียวบนพื้นขาว และตัวลายสีขาวบนพื้นเขียว มีลายสองแบบที่ต่างกัน แต่ชื่อเดียวกัน แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีตัวดอกไม้ทึบสี และดอกแบบโปร่งที่มีเฉพาะเส้นรอบนอก มีใบไม้สี่ใบติดกันเป็นพวง บางครั้งจะมีลายดอกที่เป็นดอกเดี่ยว และใบไม้คู่ติดกัน ประกอบด้วยจุดที่เป็นทั้งจุดทึบและจุดโปร่ง ลายที่ต่างกันของทั้งสองแบบนี้จะ ต่างกันที่ขนาดของดอกและความหนาแน่นของจำนวนดอกบนภาชนะแต่ละใบ ส่วนชาม Oval Casserole ที่ได้มานี้ จะมีตัวลายสีขาวบนพื้นเขียว และมีฝาปิดที่เป็นสีขาวแบบ milk glass มีลายสีเขียวด้านบนฝา ลายนี้เริ่มผลิตในปี 1970

 

 

2.5 qt. Oval Casserole Dish with Cover in Crazy Daisy #945, Made in U.S.A.

 

 

1.5 qt. Oval Casserole Dish with Cover in Crazy Daisy#943, Made in U.S.A

 

ส่วนลาย Verde Olive Berries นั้นเริ่มผลิตในปี 1960 สีเขียวของลาย Olive นี้จะเป็นสีเขียวที่อ่อนกว่า Crazy Daisy เป็นสีเขียวออกเหลือง น่าจะแบบเขียวมะกอก ถึงได้ชื่อว่า Verde Olive ตัวชามจะเป็นสีเขียวพื้นไม่มีลาย แต่ตัวลายจะปรากฏอยู่เฉพาะที่ฝา เป็นลายลูกเบอรี่กลมๆ และใบไม้สีเขียวทึบติดกันเป็นพวง

 

1.5 qt. Oval Casserole Dish with Cover in Verde Olive Berries, Made in U.S.A

 

ชามทั้งสามใบนี้ คนขายติดราคาไว้ทั้งสิ้น 8 เหรียญ คิดสะหระตะแล้วก็ตกใบละสองเหรียญห้าสิบสำหรับชุดเล็ก และสามเหรียญสำหรับชามชุดใหญ่ คิดในใจว่า “ราคาใช้ได้ เจ๋ง…” ที่สำคัญคือ ชามแบบที่เป็น Oval Casserole ในลายทั้งสองแบบนี้ ไม่ค่อยได้พบบ่อยนัก หรือเรียกได้ว่า “Hard to Find” เลยทีเดียว

 

พี่หมาย: เอาเลยน้องพี่ซื้อให้ (แหมใจดีจังนะพ่อคู๊ณ) แต่พี่ไม่มีตังค์นะ ในกระเป๋ามีแต่ใบขับขี่อะ

 

ดิฉันนึกในใจ อ้าว…คุณพี่ก้อ เดี๋ยวดูก่อน…ในกระเป๋าตังค์เรามีตังค์อยู่สามเหรียญ โอ้โห…. กระจอกจริงสองคนผัวเมีย มีตังค์รวมกันสามเหรียญ อยากจะได้ แล้วก็อยากต่อใจจะขาด แต่ดันไม่มีตังค์ ทำไงดีหว่า เอางี้แล้วกัน…จับพลิกซ้ายพลิกขวา ด้านบนด้านล่าง ลูบไปตามขอบทั้งฝาทั้งตัวชาม ตรวจตราความเรียบร้อย มีแตก มีบิ่นตรงไหนเปล่าเนี่ย โอ้โห…สภาพดี ราคาเจ๋งอย่างที่ว่า

 

ดิฉัน: นี่ตกลงฉันเอาไอ้สามใบนี่แหละ แต่ว่า…ฉันมีตังค์แค่สามเหรียญอะ ฉันมัดจำยูก่อนเลยสามเหรียญ เดี๋ยวกลับไปเอาตังค์ที่บ้านมาให้ (ก็กลัวเขาขายคนอื่นไปไง) บ้านฉันอยู่ตรง Philadelphia นี่เองแหละ

คนขาย (เป็นผู้หญิงแก่) ทำหน้างงเล็กน้อย คงนึกในใจ กระจอกจริงว่ะ
คนขาย: ยูเอาเงินใส่ไปในชามนั่นแหละ
ดิฉัน: อ้าว! แล้วเดี๋ยวเกิดคนอื่นมาดู แล้วหยิบเอาเงินฉันไปหล่ะ
คนขาย: ไม่หยิบหรอก เดี๋ยวฉันจะเอาชามไปเก็บไว้บนเครื่องซักผ้าข้างใน ฉันจะเปิดขายอยู่จนบ่ายแหละ
ดิฉัน: งั้นเดี๋ยวฉันมานะ

 

แล้วสองคนตายายก็เดินยิ้มออกมาจากบ้านนั้น

พี่หมาย: แหม! วันนี้ใจป้ำนะคุณนาย ไม่ต่อสักคำ
ดิฉัน: อุ้ย…อยากจะต่อใจจะขาดคุณพี่ขา..แต่กลัวฝรั่งมันจะด่าเอาดิ ต่อแล้วถ้ามันให้ ก็ยังไม่มีตังค์จ่ายอยู่ดี
พี่หมาย: ฮ่า ฮ่า ฮ่า…
ดิฉัน: เดี๋ยวมันจะด่าคนหัวดำอย่างเราไปหมดนะ อับอายขายหน้าไปทั้งประเทศชาติเลยนะ
พี่หมาย: ช่ายน้อง…ทำอะไรก็ต้องนึกถึงส่วนรวมเอาไว้ เดี๋ยวคนหน้าตาคล้ายเราเขาจะเดือดร้อนไปหมด

 

ดิฉันกลับบ้านไปทานข้าวเช้า แล้วก็รดน้ำต้นไม้ซะสวนหนึ่งก่อน แล้วก็กลับไปจ่ายเงินเพิ่มอีกห้าเหรียญ ยกชามสามใบกลับบ้านอย่างสบายอารมณ์คะ

 

มาถึงบ้านก็ล้างๆ ขัดๆ ถูๆ อีกที เดี๋ยวกลางวันผัดก๊วยเตี๋ยวเสร็จใส่ชามใหญ่เลย มีฝาปิดเสร็จสรรพเรียบร้อย ถ้าทานอาหารไม่หมดก็ไม่ต้องหวง ปิดฝาแล้วใส่ตุ้เย็นเลย เก็บไว้ทานมื้อต่อไปได้ ไม่ต้องใช้พลาสติคแร๊พ พอจะทานอีกทีก็เอาใส่ไมรโคเวฟได้เลย ช่วยลดการใช้พลาสติคที่ย่อยสลายยาก แล้วก็ไม่ต้องล้างภาชนะบ่อย ประหยัด และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมได้ด้วยนะ

 

แหม…อย่างงี้จะไม่เรียกว่า Go Green (For good life) ได้ไง ที่สำคัญราคาตกใบละสองสามเหรียญแค่นั้นเอง (ไม่เคยเกินงบ เลยนะ)